ชัชชาติจัดให้ ‘ผ้าอนามัยฟรี’ แจก น.ร.วันละ 3 ชิ้น จ่อปลดล็อกครู ดึง ‘กูเกิล’ พลิกโฉมห้องเรียน

29.03.23 | 16:44 น.

ชัชชาติจัดให้ ‘ผ้าอนามัยฟรี’ แจก น.ร.วันละ 3 ชิ้น เริ่มงบปี67 เตรียมปลดล็อกครู ดึงกูเกิลพลิกโฉมห้องเรียน

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 29 มีนาคม ที่สำนักการศึกษา เขตคลองสาน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการร่วมกิจกรรม “ผู้ว่าฯกทม. สัญจร สำนักการศึกษา” ว่าสำนักการศึกษาเป็นสำนักที่มีความสำคัญ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของเมือง ซึ่ง กทม.มีเด็กนักเรียนในสังกัด 250,000 คน ที่ผ่านมามีนโยบายเรียนดี ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่

1.การสร้างบริการขั้นพื้นฐานให้กับนักเรียนอย่างทั่วถึง รวมถึงเด็กพิเศษอย่างเท่าเทียม เช่น ค่าอาหาร ค่าตำราเรียน ค่าชุดนักเรียน เป็นต้น นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2567 จะมีการตั้งงบแจกผ้าอนามัยให้กับนักเรียน 10,800 คน ได้ 3 ชิ้น/คน/วัน

2.การพัฒนาคุณภาพจัดการเรียนรู้ให้ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการในอนาคต จะมีการปรับหลักสูตรตามสมรรถนะ โดยเน้น 3 อย่าง คือ 1.จะมีการเพิ่มโรงเรียน 2 ภาษา อังกฤษ-จีน ใน 5 โรงเรียน 5 วิชา 2.จะมีการอบรมพัฒนาทักษะให้กับครูคนไทยที่สอนภาษาอังกฤษ ทั้ง 437 โรงเรียน และ 3.นำเทคโนโลยีให้เด็กนักเรียนคุยกับชาวต่างชาติโดยตรง ไม่ต้องรอครูต่างชาติอย่างเดียว

3.เปิดโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ ให้มีการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ (Open Education) ทั้ง After School และ Saturday School ใน 50 โรงเรียน ทั้งนี้ ปีการศึกษา 2566 จะร่วมมือกับภาคเอกชนให้มากขึ้น พร้อมนำแนวทางของมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ มาใช้กับโรงเรียนของ กทม.ทั้งหมด

Advertisement

4.การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมทางการศึกษา (Education Sandbox) ใน 58 โรงเรียน โดยโรงเรียนส่วนใหญ่สนใจให้เด็กมีอาชีพ นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับทางกูเกิล เปลี่ยนห้องเรียนให้เป็น Active Learning มีเครื่องมือต่างๆ ให้เด็กนักเรียนมีส่วนร่วม โดยปีการศึกษา 2566 จะเพิ่มเป็น 11 โรงเรียน พร้อมเปิดแคมเปญรับบริจาคคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้งาน นำมาพัฒนาทางการศึกษา อีกทั้งในเดือนมิถุนายน 2566 เป็นต้นไป โรงเรียนของ กทม.จะมีห้องคอมพิวเตอร์ครบทุกโรงเรียน

5.ปลดล็อกครูให้มีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น ด้วยการนำเจ้าหน้าที่ธุรการมาช่วย มีการปรับกระบวนการการขอวิทยฐานะให้สะดวก มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ให้ครูไปเสียเวลาที่ไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษา อีกทั้งไม่ให้มีการขาดอัตราครูในแต่ละโรงเรียน และ 6.พัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาให้เข้มแข็งขึ้น

“ตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่ผ่านมา เราดำเนินการทั้ง 6 ด้าน และเห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ได้ให้นโยบายในการวัดผล มีตัวชี้วัดและเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะถ้าทำไม่ชัดเจน อาจจะออกจากสิ่งที่ควรจะเป็น เช่น การวัดผลสอบ ความพึงพอใจของครูกับสวัสดิการที่ได้รับ จึงต้องมีตัวชี้วัดไปให้ถูกทิศทาง นอกจากนี้ยังต้องร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานต่างๆ จะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

“เราให้ความสำคัญในการพัฒนาการศึกษา สำนักการศึกษาแตกต่างจากสำนักอื่น อย่างสำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ ที่มีการวัดผลได้ง่ายกว่า แต่การศึกษาวัดเรื่องคน อาจจะใช้เวลา 10-20 ปี ว่าได้ผลหรือไม่” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องกายภาพของโรงเรียน โดยให้สำนักงานเขตสำรวจความต้องการของโรงเรียนต่างๆ เพื่อจัดสรรคำขอในงบประมาณปี 2567