ส.ก.ลาดกระบัง ปิ๊งไอเดีย ‘แทรมน้อยอีสาน-เรือเมล์’ เชื่อม 2 สนามบิน แก้อีนุงตุงนัง แถมพยุงราคายาง

ส.ก.ลาดกระบัง ออกไอเดียรถไฟรางเบา ‘แทรมน้อยอีสาน’ ทางลัดเชื่อม 2 สนามบิน ช่วยลดมลพิษ-แถมพยุงราคายาง สร้างคู่ ‘เรือเมล์’ แก้รถติดระยะยาว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 เมษายน ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 3) ประจำพุทธศักราช 2566 โดยมี นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย นั่งเป็นประธานสภา กทม.พร้อมด้วยฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร มีผู้เข้าร่วมได้แก่ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครทั้งคณะ ทีมที่ปรึกษาฯ ตลอดจนเลขานุการผู้ว่าฯกทม. ร่วมประชุม

ในตอนหนึ่ง นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติเรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาก่อสร้างรถไฟฟ้าและให้บริการเรือไฟฟ้า (Taxi Boat) เชื่อมโยงการเดินทางที่ต่อเนื่องทั้งระบบเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร (เลื่อนมาจากวันพุธที่ 12 เมษายน 2566)

Advertisement

นายสุรจิตต์ระบุว่า เนื่องจาก ในพื้นที่ กทม.มีการนำระบบรางหรือรถไฟฟ้ามาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในหลายโครงการ เช่น รถไฟฟ้าสายสีเขียว สีน้ำเงิน สีม่วง และมีหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู สีเหลือง สีส้ม หากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าเชื่อมโยงเส้นทางการเดินทางโครงข่ายหนึ่งไปยังอีกโครงข่ายหนึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด ประหยัดเวลา รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชนได้

“เวลาจะเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังดอนเมือง มีอยู่หลายวิธี หลายเส้นทาง เช่น วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ Shuttle Bus หรืออาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่ง คือขึ้นแอร์พอร์ตลิงก์ จากนั้นต้องไปพญาไท ท่านก็จะเจอความอีนุงตุงนังต่อไปหลายสเต็ปมาก” นายสุรจิตต์อธิบาย

Advertisement

นายสุรจิตต์กล่าวว่า วันนี้มาเสนอ 2 วิธีในการเชื่อมโยงการเดินทางด้วยขนส่งมวลชน จากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังสนามบินดอนเมือง ที่สามารถต่อยอดใช้ในพื้นที่ กทม.ตะวันออก และต่อยอดใช้ในพื้นที่ทั้งหมดของกรุงเทพมหานคร ทางแรก คือ Light Rail Transit System (LRT) หรือ Streetcar หรือ Tram และทางที่ 2 คือเส้นทางเดินเรือ

“เส้นทางระหว่างแอร์พอร์ตลิงก์ กับสถานีรถไฟสายสีชมพู ห่างกันไม่ถึง 10 กม. รถรางเบาพลังงานไฟฟ้าย หรือ Tram ที่ผลิตโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ใช้งานได้จริง ลงทุนต่ำ โดยระยะทาง 1 กม. ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาทโดยประมาณ แต่ถ้านำเข้าจะอยู่ที่ 500 ล้านบาท แทรมน้อยลูกอีสาน 10 กม. ก็ประมาณ 2,000 ล้านบาท อายุการใช้งาน 40-50 ปี ดำเนินการใช้แล้วอยู่ในมหาวิทยาลัย และจะเอาไปใช้ต่อในโครงการนำร่องรอบบึงแก่นนคร

“แทรมน้อยลูกอีสาน ผลิตโดยคนไทย 100% ไม่ว่าจะเป็นยางพาราที่ใช้ทำเบาะ ตัวราวจับ ตอนนี้ยางพาราตกต่ำ พี่น้องชาวเกษตรกรในจังหวัดภาคใต้ก็จะได้ผลพลอยได้ตรงนี้ไปด้วย” นายสุรจิตต์เผย

นายสุรจิตต์อภิปรายต่อว่า เรื่องที่ 2 คือ เรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า (Taxi Boat) ในคลองที่สามารถเชื่อมโยงกับการใช้รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนได้ เช่น คลองสองต้นนุ่น คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ โดยปัจจุบันของกรุงเทพฯตะวันออก มีคลองมากมาย รวมกันหลายร้อยคลอง เฉพาะลาดกระบังก็ 60-70 คลอง ไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์อะไร เรือโดยสารก็ไม่มี

“เหตุผลที่เสนอเรื่องเรือเมล์ เพราะสามารถลดปัญหาการจราจร การบำรุงรักษาต่ำ บรรจุผู้โดยสารมาก ใช้พลังงานน้อย และลงทุนต่ำ นอกจากนี้ยังมีผลประโยชน์ข้างเคียงตามมาเยอะ เช่น น้ำจะไม่ท่วม เพราะต้องทำตลิ่ง ปัจจุบันคลองต่างๆ ในฝั่งตะวันออกแทบไม่มีตลิ่งเลย ถ้าโปรเจ็กต์นี้เกิด ชาวบ้านจะได้รับผลพลอยได้ตรงนี้ด้วย ผมหวังจะผลักดันเป็นเวนิสตะวันออก ประเทศเรามีของดีเยอะ แต่ยังดึงออกมาใช้ไม่หมด”

“นอกจากนี้ยังมี MRT เชื่อมต่ออนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-พระราม 9 โดยมีจุดฮับตรงกลางเป็นสภา กทม.แห่งนี้” นายสุรจิตต์กล่าว

นายสุรจิตต์กล่าวถึงประเด็นสุดท้ายว่า คงจะมีคำถามว่าจะเอาเงินมาจากไหน คำตอบคือ Public – Private Partnership (PPP) หรือ พ.ร.บ.ร่วมลงทุน ต่างชาติไม่ว่าจะ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตเรีย พร้อมลงทุน จะได้หมดปัญหาทุนจีนสีเทา ทุนต่างชาติสีเทาที่มาลงทุนอย่างผิดกฎหมายในประเทศ

“สิ่งที่นำเสนอมี 3 เรื่อง คือ 1.จุดเชื่อมต่อสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง ผมเสนอ Tram 2.เรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า และ 3. MRT สิ่งที่เราได้ คือเรื่องของมลพิษ และเป็นการขยายโอกาส เพิ่มรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ กระจายความเจริญ ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้เงินลงทุนต่ำ สามารถแก้ปัญหารถติดได้ในระยะยาว” นายสุรจิตต์ สรุป

อ่านข่าว :

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image