‘ชัชชาติ’ เตรียมใช้ AI ดักจับมอ’ไซค์ขับฟุตปาธ ส่งใบสั่งถึงบ้าน รอคุย ขบ. ไม่ต่อทะเบียนให้คนชิ่งปรับ

‘ชัชชาติ’ เปิดตัว AI จับมอเตอร์ไซค์ขับบนฟุตปาธ ส่งใบปรับไปที่บ้าน – ฝ่าฝืนจอด 5 นาที ไลน์จนท.เด้งทันที พร้อมคุย ขบ.งดต่อทะเบียนคนชิ่งปรับ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน ที่ศูนย์ระบบเทคโนโลยีจราจรกรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตรสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. และนายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. แถลงข่าว ยกระดับคุณภาพกล้องวงจรปิดป้องปรามขับขี่บนทางเท้า

นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องมอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางเท้า เป็นปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนมานาน ที่ผ่านมามีการใช้เจ้าหน้าที่เทศกิจยืนดักจับ แต่เป็นการเปลืองกำลังคน เกิดความขัดแย้ง และเกิดความไม่โปร่งใส จึงได้นำเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบ AI มาช่วยจับภาพป้ายทะเบียนรถของผู้กระทำความผิด โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เพื่อส่งใบค่าปรับไปที่บ้าน เริ่มต้นที่ 2,000 บาท เป็นการเอาเทคโนโลยีมาปรับปรุงพฤติกรรมและเปลี่ยนจิตสำนึก

นายชัชชาติกล่าวว่า มีการทดสอบไปแล้ว 5 จุด และจำนวนผู้กระทำความผิด จากข้อมูลเมื่อวันที่ 12-20 มิถุนายน 2566 ได้แก่ 1.ปากซอยรัชดาภิเษก 36 (ซอยเสือใหญ่อุทิศ) 2,921 ราย 2.ปากซอยเพชรเกษม 28 มี 1,338 ราย 3.หน้าโรงเรียนนิเวศน์วารินทร์ มี 619 ราย 4.ปากซอยเพชรบุรี 9 มี 49 ราย 5.ปั้ม ปตท.เทพารักษ์ มี 19 ราย ทั้งนี้ กทม.จะเพิ่มระบบการตรวจจับให้ครบ 100 จุด โดยเป็นการติดตั้งในกล้องตัวเก่า และติดตั้งกลัองใหม่

Advertisement

“CCTV สามารถตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ไปยืนเฝ้า โปร่งใสมีหลักฐาน ข้อมูลแม่นยำ สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นใคร เป็นบุคคลธรรมดา เป็นวินมอเตอร์ไซค์ หรือเป็นไรเดอร์ โดยบุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ในนามบริษัท ถ้าเกิดมีการทำผิดกฎหมาย กทม.ก็ต้องส่งเรื่องให้บริษัททราบ” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติเผยว่า ขั้นตอนต่อไป กทม.จะหารือกับ ขบ.ไม่ให้ต่อทะเบียนรถประจำปี กับผู้ที่ไม่ไปจ่ายค่าปรับ เพราะไม่อยากให้ผู้กระทำผิดกฎหมายมาขับรถในกรุงเทพฯ ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายกับผู้อื่น

“ถ้ามีความจำเป็น รถมอเตอร์ไซค์สามารถลากจูงบนทางเท้าได้ อย่างวินมอเตอร์ไซค์ที่ตั้งบนทางเท้า เราได้เน้นย้ำว่าต้องจูงอย่าใช้การขับขี่ อย่างผมนั่งวินมอเตอร์ไซค์บ่อย ขอให้รถจูงลงมา และเราจะขึ้นที่ถนน เราจะไม่นั่งรถบนทางเท้า ผู้โดยสารเองต้องช่วยดูแลกันด้วย การจูงรถไม่เกิดอันตรายกับคนเดินเท้า” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวว่า ในส่วนของด้านกายภาพของถนน เช่นจุดกลับรถจะอยู่ไกลมาก ต้องดูด้วยว่าจะสามารถปรับปรุงกายภาพถนนได้หรือไม่ เช่น ต้องกลับรถในระยะไกล เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือก ไม่ต้องขับรถย้อนศร เชื่อว่าถ้ามีทางเลือกที่ไม่ได้ลำบากมาก ประชาชนก็ไม่อยากขึ้นไปบนทางเท้า แต่ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำผิดกฎหมาย ถ้าเราเข้าใจเหตุผลว่าทำไมประชาชนถึงต้องทำผิดกฎหมาย อาจจะปรับปรุงในด้านกายภาพให้ดีขึ้น

ส่วนผู้ฝ่าฝืนจอดในที่ห้ามจอด กทม.ได้ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน แต่ส่งข้อมูลผู้กระทำผิดให้ตำรวจจราจรดำเนินการตามอำนาจที่มี โดยระบบจะจับเวลารถที่จอดเกิน 5 นาที แล้วแจ้งเตือนไปยังไลน์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เพื่อดำเนินการต่อไป โดยไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่คอยเฝ้าตามที่จุดต่างๆ โดยเริ่มนำร่องแล้ว เช่น บริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ และกำลังขยายเพิ่มเติมภายในปีนี้

ในอนาคตจะนำเทคโนโลยี AI มาช่วยปรับสัญญาณไฟจราจร 537 แยก ให้สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงเวลา ทำให้บริหารการจราจรได้ดีขึ้น ซึ่งได้มีการทดสอบตามแยกขนาดเล็ก 70 แยก พร้อมกับจะหารือกับรัฐบาลใหม่เรื่องการจราจรอย่างเข้มข้น เพราะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง กทม.ได้เตรียมทางแก้ไขไว้แล้ว

“ที่ผ่านมาเราพยายามปรับปรุงทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว เพิ่มความฉลาดเข้าไป ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ใช้กล้องที่มีอยู่แล้ว ปรับมุม เชื่อมโยงสัญญาณเข้าไป โดยใช้ระบบ AI ในการประมวลผล” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า ต่อมา จะนำระบบการจดจำใบหน้า (Face Recognition) มาช่วยป้องกันการเกิดเหตุอาชญากรรม โดยร่วมกับตำรวจ หรือการจดจำหน้าผู้ที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่ทาง

“แต่ก่อนเรามีตาวิเศษเห็นนะ ที่เราต้องระลึกในใจ แต่นี่ตาวิเศษตัวจริง เห็นแล้วว่าคุณขับบนทางเท้า ไม่ใช่แค่คุณเห็น แต่เจ้านายคุณก็เห็น บริษัทก็เห็นด้วย ต้องฝากด้วยว่าค่าปรับ 2,000 บาท อาจจะไม่เยอะ แต่เงินเดือนที่ได้จากบริษัทเยอะ บางทีเราใส่เสื้อไม่ได้นามบุคคลแล้ว แต่เป็นในนามบริษัท ต้องเป็นการรับผิดชอบร่วมกัน” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวว่า กล้อง CCTV พร้อมระบบ AI จะตรวจจับผู้ขับขี่บนทางเท้า โดยระบบ AI จะประมวลผลภาพ ข้อมูลเจ้าของทะเบียนรถ ตามข้อมูลของ ขบ. โดยส่งข้อมูลเข้าส่วนกลางแสดงผล สำนักเทศกิจจะรวบรวมข้อมูล ทำหนังสือส่งไปยังเจ้าของรถตามทะเบียนบ้าน โดยจะจัดส่ง 2 ครั้ง เมื่อครบ 15 วันแล้ว ยังไม่มีการชำระค่าปรับ จะจัดส่งเป็นครั้งที่ 2 รวมแล้วประมาณ 30 วัน เพื่อให้ผู้ทำผิดจ่ายค่าปรับที่สำนักงานเขต

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image