‘ชัชชาติ’ ไปเป็นแขกพิเศษ โชว์ผลลัพธ์ ‘ลด PM2.5’ ร่วมมือองค์กรฝรั่งเศส เพิ่มเซ็นเซอร์วัดฝุ่นให้เป๊ะ

‘ชัชชาติ’ ไปเป็นแขกพิเศษ โชว์ผลลัพธ์ ‘ลดฝุ่น’ ร่วมมือ AIRPARIF เพิ่มไมโครเซ็นเซอร์วัดค่า PM2.5 แก้ปัญหาใน กทม.

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพมหานคร (Alliance Française Bangkok) ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นแขกพิเศษ และนำเสนอผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนิน โครงการ AIRLAB Microsensors Challenge 2023 ในกรุงเทพมหานคร ในงานพิธีปิดโครงการ AIRLAB Microsensors Challenge 2023

Advertisment

นายชัชชาติกล่าวว่า ก่อนที่จะรับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สิ่งที่ทีมงานให้ความสำคัญ คือ การแก้ปัญหาการจราจร น้ำท่วม และแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่ง กทม.มีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศประมาณ 70 สถานี สิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 คือ “ข้อมูล” ที่ได้จากการตรวจวัดและนวัตกรรม เช่น “ไมโครเซ็นเซอร์” (Microsensors) ที่ใช้ในโครงการ AIRLAB Microsensors Challenge 2023 นี้ ซึ่ง กทม.ต้องการเพิ่มเติมให้มี “ไมโครเซ็นเซอร์” จำนวนมากขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ

Advertisement

“ขอขอบคุณ AIRPARIF และสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยและภาคีต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการนี้ ซึ่งการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้สำเร็จได้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า สำหรับฝุ่น PM2.5 เป็นอีกปัญหาหลักที่ กทม.ให้ความสำคัญเพราะสร้างปัญหาสุขภาพให้กับประชาชนอย่างมาก ดังนั้น กทม.จึงเตรียมมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เหมาะสมกับบริบทของกรุงเทพฯ ให้ครอบคลุมในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นการกำจัดแหล่งกำเนิด การป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยแผนรับมือฝุ่น PM2.5 แบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การเฝ้าระวังติดตาม 2. การลดและกำจัดตั้งแต่ต้นตอ และ 3.การป้องกันสุขภาพ

Advertisement

ประเด็นที่ 1 คือ การเฝ้าระวังติดตามโดยเปิดช่องทางให้ประชาชนติดตามข้อมูลและแจ้งเหตุรถยนต์ควันดำผ่านช่องทาง Traffy Fondue, LINE Official Account และ LINE Alert การเพิ่มสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานครมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแล้ว 734 จุด โดยตั้งเป้าติดตั้งให้ครบ 1,000 จุด การจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังติดตามหรือศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลและประสานไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อแจ้งเตือนและจัดการปัญหาได้อย่างทันท่วงที รวมถึงแจ้งข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่น โดยประชาชนสามารถตรวจสอบทิศทางลม การพยากรณ์สภาพอากาศ การเผาในที่โล่ง จาก Hot spot แบบ Real time ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทั้ง กทม.และปริมณฑล ด้วยการสนับสนุนจาก Gistda

ประเด็นที่ 2 คือ การลดหรือกำจัดตั้งแต่ต้นตอแบ่งเป็นการตรวจสถานประกอบการ 1,222 แห่ง โดยจัดทำแผนการตรวจ เดือนละ 2 ครั้ง รวมถึงการจัดทำแผนที่เสี่ยง (Risk Map) โดยมีการนำข้อมูลจุดกำเนิดฝุ่นลงในแผนที่เพื่อเป็นการติดตามเฝ้าระวังมลพิษในพื้นที่ ซึ่งมีสถานประกอบการ 260 แห่ง ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเพราะใช้ Boiler ที่สร้างฝุ่น PM2.5 ส่วนการควบคุมการเผา ได้กำหนดเป้าหมายลดการเผาของภาคการเกษตรในพื้นที่ กทม.ให้เหลือศูนย์ ปัจจุบันมี 9 จุด ที่มีรายใหญ่ ซึ่ง กทม.จะเข้าไปช่วยสนับสนุนเกษตรกรให้ลดการเผา เช่น สนับสนุนจุลินทรีย์ย่อยสลาย การอัดฟาง น้ำหมัก เป็นต้น

ประเด็นที่ 3 คือ การป้องกันดูแลสุขภาพ ได้มอบนโยบายโรงเรียนสังกัด กทม. 437 แห่ง สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ให้แก่นักเรียน เช่น การปักธงเป็นสีตามค่าฝุ่นในแต่ละวัน การอ่านค่าฝุ่น การปฏิบัติตัวเมื่อค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน และมีการขยายผลไปยังโรงเรียนในสังกัด สพฐ. และเอกชน รวมไปถึงสำนักงานเขต ชุมชนใน กทม. มีการเพิ่มห้องปลอดฝุ่นตามสถานที่ต่างๆ สำหรับศูนย์เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ การสอนทำ DIY เครื่องกรองฝุ่น และ กทม.มีศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง ยังมีการเปิดคลินิกมลพิษทางอากาศในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 8 แห่ง และมีพบแพทย์ผ่าน Telemedicine แอพพลิเคชั่น “หมอ กทม.” พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้ล้านต้นเพื่อกรองฝุ่นด้วย

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้หารือร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยเกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการ AIRLAB Microsensors Challenge 2023 ในกรุงเทพมหานคร (โครงการความร่วมมือด้านการจัดการคุณภาพอากาศระหว่างกรุงเทพมหานครและประเทศฝรั่งเศส) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปีแห่งนวัตกรรมฝรั่งเศส-ไทย ปี พ.ศ.2566 โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการดำเนินโครงการฯ ระหว่างกรุงเทพมหานครและหน่วยงาน AIRPARIF (หน่วยงานอิสระแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส) โดยมอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมเป็นผู้แทนกรุงเทพมหานครลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 พ.ค.66 ซึ่งโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบประสิทธิภาพของเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศของผู้ผลิตจากประเทศในแถบยุโรป (เขตหนาว) ที่นำมาทดสอบการใช้งานในกรุงเทพมหานคร (เขตร้อน) และเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบการตรวจวัดคุณภาพอากาศที่แตกต่างกับกรุงเทพมหานคร รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการคุณภาพอากาศระหว่างกรุงเทพมหานครและสาธารณรัฐฝรั่งเศสในอนาคต โดยได้มีการติดตั้งไมโครเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2566 ณ สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพมหานคร

ปัจจุบันการดำเนินโครงการดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงในส่วนของกรุงเทพมหานคร เป็นการตอกย้ำว่าเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพและได้รับความเชื่อมั่นในระดับสากล รวมทั้งบุคลากรยังได้เรียนรู้นวัตกรรมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของเมืองและข้อมูลที่ตรวจวัดได้สามารถแลกเปลี่ยนกันเพื่อใช้ประโยชน์การบริหารจัดการแก้ไขปัญหาต่อไป และสำหรับกิจกรรมการประเมินการใช้งานไมโครเซ็นเซอร์ข้างต้นมีเกณฑ์ในการพิจารณา ได้แก่ ความแม่นยำ ประโยชน์ การใช้งาน ความสะดวกในการพกพา และราคา โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจาก 12 ประเทศ 31 บริษัท 51 ไมโครเซ็นเซอร์

สำหรับพิธีปิดโครงการ AIRLAB Microsensors Challenge 2023 ในวันนี้มีนายฌ็อง โกลด ปวงเบิฟ (H.E. Mr. Jean-Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย นางสาววรนุช สวยค้าข้าว รองผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม นางสาวพรรณราย จริงจิตร ผู้อำนวยการสำนักงานการต่างประเทศ ว่าที่ร้อยตรี วิรัช ตันชนะประดิษฐ์ ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียงเข้าร่วมงาน โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทางไกลในเวลาพร้อมกันกับสำนักงานใหญ่องค์กร AIRPARIF ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส อีกด้วย

Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image