ก.แรงงาน มอบเงิน 25,000 บาท ให้ 17 ตัวประกันถูกปล่อยตัวกลับจากอิสราเอล เผยเหลืออีก 9 แรงงานที่ถูกจับ หลายครอบครัวตั้งตารอรับ
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการต้อนรับแรงงานไทยที่ถูกปล่อยตัวจากการถูกจับเป็นตัวประกันโดยกลุ่มฮามาส ที่จะเดินทางจากประเทศอิสราเอลถึงไทยในวันนี้ ว่า ตนได้รับมอบหมายจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งท่านได้แสดงความยินดีกับครอบครัวของผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน และเราจะต้องให้กำลังใจ ยินดีกับครอบครัวและผู้ที่ได้กลับมาสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นการได้เริ่มชีวิตใหม่

นายอารีกล่าวว่า สำหรับวันนี้มีแรงงานไทยที่ถูกปล่อยตัวจากการถูกจับเป็นตัวประกันกลับถึงประเทศไทยรวม 17 คน จากทั้งหมด 39 คน ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งช่วยเจรจาเพื่อให้มีการปล่อยตัวแรงงานที่เหลือโดยเร็วที่สุด พบว่ายังมีแรงงานที่ถูกจับเป็นตัวประกันและยังไม่ได้รับการปล่อยตัวอีก 9 คน
เมื่อถามว่าแรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันนั้นจะได้รับเงินชดเชยจากส่วนใดบ้าง นายอารีกล่าวว่า วันนี้กระทรวงแรงงานได้มอบเงินช่วยเหลือแรงงานที่มาถึงรวม 25,000 บาท แบ่งเป็น 1.กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ โดยแรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ จะได้รับเงินสงเคราะห์กรณีภัยสงคราม รายละ 15,000 บาท หากแรงงานไทยดังกล่าวประสบปัญหาด้านร่างกายหรือจิตใจ จะได้รับเงินสงเคราะห์ รายละ 30,000 บาทโดยต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ ที่เป็นใบรับรองแพทย์ ซึ่งจากการตรวจสอบ แรงงานไทย 17 รายวันนี้ พบว่า เป็นสมาชิกที่อยู่ในความคุ้มครองของกองทุนฯ จำนวน 14 ราย และสิ้นสุดความคุ้มครอง จำนวน 3 ราย และ 2.เงินสนับสนุนจากสมาคมการจัดหาแรงงานไทยไปต่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยในเบื้องต้น รายละ 10,000 บาทด้วย

เมื่อถามถึงเงินช่วยเหลือโดยรัฐบาลอิสราเอลกรณีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน นายอารีกล่าวว่า ในส่วนของสิทธิประโยชน์จากอิสราเอล สำหรับผู้ถูกจับกุมตัวทุกรายจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินก้อน รวมถึงหากแรงงานไทยประสบปัญหาด้านร่างกาย หรือจิตใจ สามารถนำใบรับรองแพทย์ไปยื่นกับสำนักงานประกันสังคมอิสราเอลเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือได้โดยแต่ละรายจะได้รับเงินไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการประเมินของสำนักงานประกันสังคมอิสราเอล
ถามต่อว่าสุขภาพร่างกายและจิตใจของแรงงานที่ถูกจับเป็นตัวประกันเป็นอย่างไรบ้าง นายอารีกล่าวว่า แรงงานที่กลับมาทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บด้านร่างกาย ส่วนด้านจิตใจอยู่ในระหว่างการคัดกรองตามขั้นตอนต่อไป
ขณะที่ นางลำพอง ปินะกาโล มารดานายพรสวรรค์ ปินะกาโล อายุ 30 ปี จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ลูกชายไปทำงานอิสราเอล 4 ปี ซึ่งทำงานอยู่ทางภาคใต้ของอิสราเอล ใกล้พื้นที่เกิดเหตุมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกชายก็ได้เล่าถึงความรุนแรงที่มีการยิงจรวดบนฟ้า ตนก็มีความกังวล แต่ลูกชายก็ยืนยันว่า จะอยู่ทำงานให้ครบสัญญา 5 ปี 3 เดือน เพราะตั้งใจจะปลดหนี้ให้ที่บ้านและส่งเงินให้น้องได้เรียน ตนได้ทราบข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. โดยวันนั้นลูกชายก็ได้โทรมาบอกว่ามีเหตุการณ์ยิงกันในแคมป์ และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับลูกชาย ได้รับข่าวอะไรอีก ไม่รู้เลยว่าลูกชายถูกจับเป็นตัวประกันด้วยหรือไม่ แต่เมื่อได้รับข้อมูลเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าลูกชายถูกจับเป็นตัวประกันตนเองรู้สึกโล่งใจและดีใจมากๆ ที่ลูกยังมีชีวิตอยู่ เพราะก่อนหน้านี้คนในหมู่บ้านเดียวกันที่ไปทำงานอิสราเอลเหมือนกันได้รับแจ้งข่าวว่าเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต ตอนนั้นตนก็ภาวนาว่าขอให้ลูกชายตัวเองปลอดภัย
“หลังจากที่ถูกปล่อยตัวออกมาก็ได้คุยกับลูกชายบ้างแต่เขาไม่ได้บอกว่าอะไร บอกแค่ว่าสบายดี ส่วนตัวไม่อยากให้ลูกชายกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกแล้ว ถ้าเขาอยากไปทำงานต่างประเทศก็จะให้เขาเลือกไปที่อื่น วันนี้มารับลูกชายกลับบ้านก็จะพากลับภูมิลำเนาและทำพิธีเรียกขวัญตามประเพณีของภาคอีสาน” นางลำพองกล่าว

ทั้งนี้ รายชื่อแรงงานไทยในอิสราเอลที่เดินทางกลับ จำนวน 17 ราย มีดังนี้
1.นางสาวณัฐฐาวรี มูลกัน ภูมิลำเนา จ.ขอนแก่น
2.นายสันติ บุญพร้อม ภูมิลำเนา จ.บุรีรัมย์
3.นายบุญถม พันธ์ฆ้อง ภูมิลำเนา จ.อุดรธานี
4.นายมงคล ผจวบบุญ ภูมิลำเนา จ.ศรีสะเกษ
5.นายวิทูรย์ ภูมี ภูมิลำเนา จ.หนองบัวลำภู
6.นายวิชัย กาละปัตย์ ภูมิลำเนา จ.อุบลราชธานี
7.นายบัญชา กองมณี ภูมิลำเนา จ.มหาสารคาม
8.นายบุดดี แสงบุญ ภูมิลำเนา จ.นครพนม
9.นายอุทัย ทุ่นศรี ภูมิลำเนา จ.เชียงราย
10.นายอุทัย แสงนวล ภูมิลำเนา จ.นครพนม
11.นายนัฐพร อ่อนแก้ว ภูมิลำเนา จ.นครพนม
12.นายคมกฤษ ชมบัว ภูมิลำเนา จ.สุรินทร์
13.นายอนุชา อ่างแก้ว ภูมิลำเนา จ.อุดรธานี
14.นายมณี จิระชาติ ภูมิลำเนา จ.อุดรธานี
15.วิเชียร เต็มทอง ภูมิลำเนา จ.บุรีรัมย์
16.นายสุรินทร์ เกสูงเนิน ภูมิลำเนา จ.อุบลราชธานี
และ 17.นายพรสวรรค์ ปินะกาโล ภูมิลำเนา จ.นครราชสีมา

