แม่เด็ก 1 ขวบ ลั่น จะเอาผิดคนจ่ายยาให้ถึงที่สุด เผยใจจะขาดลูกต้องใส่ท่อช่วยหายใจ กระเพาะรั่ว

แม่เด็ก 1 ขวบลั่น จะขอเอาผิดคนจ่ายยาให้ถึงที่สุด เผยล่าสุดต้องใส่ท่อช่วยหายใจ กระเพาะรั่ว หมอไม่ยืนยันจะรอดหรือไม่

จากกรณีเด็กชายวัย 1 ขวบ 4 เดือน เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มและศีรษะฟาดพื้นในห้องน้ำ หัวปูดโน แม่จึงพาน้องไปสแกนสมองที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในซอยสุขสวัสดิ์ 78 ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังเข้ารับการรักษาพยาบาลหยิบยาให้น้องกิน โดยแจ้งว่าเป็นยานอนหลับ สักพักน้องมีอาการปากซีดขาวและเกิดอาการทรุดลง ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด ผอ.รพ.ต้นเรื่องแถลงให้ข้อมูลว่า ได้มีการพักงานเจ้าหน้าที่จ่ายยาคนดังกล่าวแล้ว และ รพ.ยินยอมเยียวยาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับน้องและครอบครัว

ในส่วนญาติของน้องนั้นยังติดใจกับเหตุผลที่ ผอ.รพ.ให้การแถลง โดยเฉพาะความสะเพร่าของเจ้าหน้าที่คนที่จ่ายยาให้กับน้อง ทางครอบครัวยืนยันไม่ต้องการตัวแทนรับผิดชอบ แต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวออกมาแสดงตัว ออกมาพูดคุยและขอโทษด้วยความจริงใจ

Advertisement

ทางเป็นหนึ่ง กลุ่มจิตอาสาร่วมเป็นหนึ่งช่วยเหลือประชาชน ได้เปิดเผยภาพขวดยา TCA ที่เจ้าหน้าที่จ่ายยาให้น้องกิน โดยอ้างว่าหยิบผิดเนื่องจากมีบรรจุภัณฑ์คล้ายกันกับยานอนหลับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักทำให้เด็กมีอาการโคม่าและทรุดลงในเวลาต่อมาอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นายแพทย์ วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางจาก กล่าวว่า ขอชี้แจงข้อมูลเบื้องต้นของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กชาย อายุ 1 ขวบ 4 เดือน ว่า เบื้องต้นทราบว่าน้องหกล้ม มีปัญหาที่ศีรษะ เลยจะส่งตัวไปรับการรักษาสแกนสมองที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ แต่ในระหว่างที่สแกนสมองจำเป็นที่จะต้องมีการให้ยาเพื่อให้น้องมีอาการเคลิ้มเพื่อที่จะง่ายต่อการตรวจ และการเตรียมยาอาจคลาดเคลื่อนจากที่จะเตรียมยาให้น้องหลับ กลับเป็นยาตัวหนึ่งที่มีฤทธิ์เป็นกรด จึงทำให้ตอนให้ยากับน้อง น้องจึงเกิดอาการระคายเคืองขึ้นมา ซึ่งขณะเกิดเหตุน้องอยู่ในรถฉุกเฉิน หลังจากนั้นจึงนำเข้าห้อง ฉุกเฉินที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ หลังจากนั้นน้องหายใจติดขัด จึงทำการใส่ท่อช่วยหายใจ และนำส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี สาเหตุมาจากเริ่มต้นโดยที่น้องป่วย เราก็ประเมินเบื้องต้นว่าน้องซึม เราอาจจะต้องสนใจในเรื่องเลือดออกในสมองหรือเปล่า เราเลยต้องส่งน้องไปที่โรงพยาบาลสมุทรปราการเพื่อสแกนสมอง เนื่องจากโรงพยาบาลบางจากไม่มีเครื่องมือ

ส่วนประเด็นเรื่องการใช้ยาคาดว่าน่าจะสื่อสารคลาดเคลื่อนในเรื่องของขั้นตอนการเตรียมยา ซึ่งในขณะนี้โรงพยาบาลกำลังสอบสวนอยู่ โดยได้ประสานกับทางจังหวัด ซึ่งทางจังหวัดให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และให้โรงพยาบาลเตรียมรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่ส่งไปทางจังหวัดและคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลกำลังเก็บข้อมูลอยู่ และดูว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น หลังจากเกิดเหตุขึ้นเราเองก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยง จริงๆ แล้วถ้าจะส่งตัวและข้อมูลเราก็จะส่งทุกอย่างให้กับโรงพยาบาล เพราะทุกครั้งที่จะทำการรักษาจะต้องใส่ข้อมูลให้ไปทั้งหมด

มูลนิธิเป็นหนึ่งกล่าวว่า ขั้นตอนของการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องเจ้าหน้าที่เภสัชให้ยาผิดกับน้อง ทางเราได้ติดต่อไปยังรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ซึ่งก็ได้มีการรับเรื่องอย่างรวดเร็ว และให้เลขาฯติดต่อมาตอนที่อยู่โรงพยาบาลรามา ซึ่งตอนนี้ให้รับเป็นเคสพิเศษเร่งด่วน ทางกระทรวงจะมีการเยียวยาทางครอบครัว แต่ในส่วนของโรงพยาบาลซึ่งอยู่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เส้นทางสอบสวนจะประสานงานมาที่นี่ติดตามอาการน้อง ก็คือจะรับผิดชอบให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ นพ.ชลน่านจะลงมาตรวจสอบเอง และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะครอบครัวผู้เสียหาย โดยจะไม่เข้าข้างคนกระทำความผิด เพราะอันนี้ชัดเจนอยู่แล้วเป็นการให้ยาผิดอย่างแน่นอน

ด้าน น.ส.สุภัทรา แม่น้องวัย 1 ขวบ 4 เดือน เล่าว่า ทราบว่าตั้งแต่เมื่อคืนที่รับตัวน้องเข้าไป น้องมีอาการสั่นตลอด เนื่องจากไข้ขึ้นสูง 40 ต้องเช็ดตัวตลอดเวลาและต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ สายแหย่ทางจมูกเพิ่มขึ้นอีก 1 สาย ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเป็นสายอะไร นอกจากนี้ยังมีการเจาะสายทางคอเพื่อที่จะให้สารอาหารเพราะต้องงดข้าวงดน้ำ 100% ต้องให้สารอาหารน้องเพื่อไปฟื้นฟูกระเพาะที่โดนตัวยาดังกล่าวทำลาย ตั้งแต่ลำคอลงไปเป็นแผลเล็กน้อยแต่ที่อันตรายคือกระเพาะ ซึ่งโรงพยาบาลรามาแจ้งว่าต้องดูอาการน้องประมาณ 1 สัปดาห์ และต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด แล้วเขาไม่สามารถส่องกล้องตลอดเวลาได้เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อกระเพาะของน้อง เราใจไม่ดีตรงที่หมอบอกว่าอาจจะมีกระเพาะรั่ว

เลยถามว่าน้องจะรอดไหม เขายังตอบไม่ได้เลย แจ้งไม่ได้ 100% แต่จะช่วยให้เต็มที่ ป้ารู้สึกเสียใจเพราะหลานของตนยังเล็ก เป็นเราเองที่เป็นคนไปเอายาตัวนี้มาให้หลาน แล้วหลานได้รับประทานเข้าไป ก็รู้สึกเสียใจ จริงๆ อยากจะให้ทีมงานและบุคลากรทุกคนที่เป็นคนจัดยา หรือส่งออเดอร์ ให้ออกมาชี้แจงและนั่งคุยกับครอบครัวของตน เนื่องจากครอบครัวรู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะว่าลูกหลานใครใครก็รัก และถ้าไม่ออกมารับผิดชอบก็จะชี้เรียงตัวเลย เพราะจำรูปพรรณสัณฐานคนพวกนั้นได้ทุกคน ไม่ว่าจะห้องยา คนส่งออเดอร์ หรือคนที่สั่งให้หลานรับประทานยาจนหมดไซรินจ์ และตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และจะให้บุคคลที่บังคับให้หลานรับประทานยาออกมารับผิดชอบด้วย ไม่เอาตัวแทน ขอเป็นบุคคลคนนั้นที่แจ้งไปเท่านั้น ส่วนขณะเกิดเหตุที่ทานยาได้เกิดบนรถแอมบูแลนซ์ เนื่องจากใกล้จะถึงโรงพยาบาลแล้วจึงป้อนยาให้กับลูก และเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าต้องให้กินให้หมด แต่ขณะยิ่งกินก็ขาวเลย เหมือนหมากฝรั่งแข็งๆ

อ่านเพิ่มเติม:แม่ ช็อก ลูก 1 ขวบ ล้มฟาดพื้น รพ.สั่งยาผิด จนโคม่า ล่าสุด รพ.ชี้แจง-สั่งพักงาน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image