‘ชัชชาติ-ปธ.ชุมชนบ่อฝรั่ง’ ปลื้มมาก กิจกรรมทางน้ำมาแน่ ยกเป็นต้นแบบ ‘แก้รุกล้ำ’ ชุมชนแออัด ช่วยชีวิตดีขึ้น
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ที่ชุมชนบ่อฝรั่ง ริมบึงบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี (SCG), น.ส.ภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตจตุจักร คนใหม่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เดินทางไปร่วมส่งมอบพื้นที่ชุมชนบ่อฝรั่ง ซึ่งมีการพัฒนาจากเดิมเป็นชุมชนที่รุกล้ำริมคลอง โดยปัจจุบัน SCG และ มูลนิธิพลเอก สุนทร คงสมพงษ์ ร่วมดำเนินการสร้างอาคารและทาวน์เฮ้าส์หลังใหม่สำหรับให้ประชาชนที่อยู่อาศัยเดิมเช่าในราคาถูก พร้อมแบ่งพื้นที่บางส่วนเป็นสนามกีฬา

นายชัชชาติกล่าวว่า ความจริงนี้ชุมชนนี้ตนมาเยี่ยมเยียนหลายรอบมาก ตั้งแต่ก่อนเป็นผู้ว่าฯ กทม. ต้องบอกว่าเป็นชุมชนตัวอย่าง ตอนนี้เป็นที่ดินของปูนซีเมนต์ไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 50 ไร่ มีการจัดสรรที่ดินบางส่วนพัฒนาเป็นบ้านมั่นคง และยังมีที่รกร้างอยู่ประมาณ 10 ไร่
“แต่ก่อนที่เรามา มีชุมชนที่รุกล้ำอยู่ มีเลี้ยงไก่ ตอนนี้ได้รับการพัฒนาเป็นสนามฟุตซอลที่สวยงามมาก ก็เลยพาพวกเรามาเยี่ยม มีทางมูลนิธิพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ และ SCG ช่วยกันพัฒนา วันนี้เรามารับมอบ แต่ก่อนตรงนี้เป็นที่รกร้างเลย เป็นป่า มีชุมชนที่รุกล้ำอยู่ มีการคุยเจรจาให้ขยับออก คืนพื้นที่ให้เป็นที่สาธาณะ แล้วย้ายชุมชนขึ้นไป มีทั้งคอนโดมิเนียม และทาวน์เฮ้าส์ ผมว่านี่คือชุมชนต้นแบบเลยนะ ถ้าในอนาคตเราสามารถทำชุมชนที่แออัดให้เป็นบ้านที่มีคุณภาพ สร้างแล้วให้เช่าที่ในราคาไม่แพง และอยู่ใกล้แหล่งงาน

นี่คือสนามฟุตบอลที่ทางมูลนิธิฯ กับ SCG ร่วมกันทำ สวยงามมาก ใหม่กิ๊กเลย ก็เดี๋ยวให้เด็กได้มีพื้นที่เล่น มีพื้นที่เหลือก็จะพัฒนาเป็นลานกีฬา และสวน 15 นาทีต่อ นอกจากนี้ยังมีบึงน้ำที่จะพัฒนาต่อไป” นายชัชชาติเผย
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ในส่วนของบึงน้ำ ความจริงแล้ว กทม.ทำเป็นแก้มลิงอยู่ เพราะติดกับคลองเปรมประชากร สามารถถ่ายน้ำเข้า-ออก ช่วยลดน้ำท่วมได้ สนามฟุตบอลก็มอบให้ชุมชน

“สนามโปรมาก มีหญ้าเทียม เด็กแถวนี้ก็สบายเลย ต่อไปคงเปิดให้คนแถวใกล้เคียงมาเล่นได้ ตอนนี้โฉนดยังเป็นของ SCG อยู่ แต่เดี๋ยวจะมอบให้ กทม.เป็นที่สาธารณะ ทำให้ประชาชนใช้ นี่คือตัวอย่างของความร่วมกัน ระหว่างเอกชนกับทางรัฐบาล ต้องขอบคุณมากๆ”
“ชุมชนนี้น่าสนใจ เขามีแปลงผัก แต่ก่อนรุกล้ำที่ ก็ทำเป็นบ้านมั่นคง ไม่ได้ขายขาดแต่ให้เช่าที่ เขาก็จะอยู่กันไปยาวๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตรงนี้ก็มีลู่วิ่งเล็กๆ เดี๋ยวเราพัฒนาต่อ แล้วก็ปลูกต้นไม้ให้รอบสวน ทำทางเดินเป็น Boardwalk ให้คน และมีกิจกรรมทางน้ำเพิ่ม ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวทำกิจกรรม ตรงนี้ก็อยู่ใกล้ในเมืองด้วย ถนนประชาชื่น อีกฝั่งติดกับคลองเปรม” นายชัชชาติชี้
ด้าน ผู้อำนวยการมูลนิธิ พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ กล่าวว่า นอกจากสนามของเราแล้ว ทางมูลนิธิยังทำสนามเด็กเล่นสำหรับเด็กเล็กอีกด้วย

จากนั้น นายชัชชาติและคณะ เดินชมพื้นที่พร้อมสอบถามข้อมูล โดยมีชุมชุน 237 หลังคาเรือนในโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งชุมชนให้ความสำคัญกับการคัดแยกขยะอย่างมาก
ด้าน นายชัชชาติกล่าวถึงประวัติของพื้นที่ว่า แต่ก่อนเรียกว่า ‘บ่อฝรั่ง’ เพราะฝรั่งมาดำเนินการขุด แต่ก่อนเราจ้างฝรั่งมาทำงานที่ปูนซีเมนต์เยอะ ก็จะขุดดินตรงนี้ไปทำเป็นวัสดุ
ทั้งนี้ นายชัชชาติ เดินชมสถานที่ตั้งแต่จุดออกกำลังกายที่มีการทำรั้วใหม่ มีทุ่งทานตะวันขนาดย่อมหน้าคอนโดฯ โดยผ่อนค่าเช่าเดือนละประมาณ 2,000-3,000 บาท และอยู่ใกล้แหล่งงาน พร้อมทั้งมีระบบบำบัดน้ำเสีย โดยใช้เทคโนโลยีไซโคลนิก ทำให้ของเสียตกตะกอน ซึ่งใช้ไฟน้อย
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า อนาคตถ้าเราพัฒนาชุมชนแออัดให้เป็นแบบนี้ได้ ก็จะดี ตนว่าสนามเด็กเล่นของชุมชนนี้เด็กโชคดี

“ผมว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะความจริงแล้วคนในชุมชนก็ทำงานให้เรา อยู่ที่ปูนซีเมนต์ มีบ้าน รปภ. ก็ต้องมีบ้านอยู่ใกล้งาน ช่วยกันดูแล ผมว่าหัวใจคือเรื่องที่อยู่อาศัย ถ้าเกิดคนเรามั่นคงทางด้านที่อยู่อาศัย เขาก็จะมีความมั่นคงในชีวิตการงาน การศึกษา เขาก็จะพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น เหมือนสิงคโปร์ สิ่งแรกที่ทำคือเรื่องที่อยู่อาศัยก่อนเลย แล้วตามด้วยปฏิรูปราชการให้โปร่งใส การศึกษาตามมา เรื่องบ้านทุกคนก็จะรู้สึกภูมิใจ ที่มีบ้าน ช่วยกันดูแล
เป็นต้นแบบเลย ถ้าพัฒนาชุมชนแออัด เอาที่ดินที่มีเยอะแยะมากใน กทม. มาพัฒนา ราคาไม่แพง แต่ในอนาคตทำบ้านแบบนี้คงยาก เพราะที่ดินแพง อาจจะต้องทำเป็นคอนโดสูง เพราะว่าที่ไม่พอ” นายชัชชาติกล่าว
ด้าน ประธานชุมชนเผยว่า ชีวิตดีขึ้นมาก ตนเกิดที่นี่ อยู่มา 50 กว่าปีแล้ว แต่ก่อนเป็นชุมชนแออัด ครึ่งนึงอยู่ในน้ำ ครึ่งนึงอยู่บนบก ดีใจที่ได้เจออย่างนี้ ส่วนต้นไม้ที่ท่านผู้ว่าฯ เคยปลูกไว้ที่นี่ ก็ยังอยู่ดี


