สดร.ชวนจับตาท้องฟ้าปี67 สารพัดดาวเคราะห์โชว์ตัว นาซาเตรียมส่งมนุษย์ไปเยือนดวงจันทร์อีกครั้งปลายปีนี้

สดร.ชวนจับตาท้องฟ้าปี67 สารพัดดาวเคราะห์โชว์ตัว นาซาเตรียมส่งมนุษย์ไปเยือนดวงจันทร์อีกครั้งปลายปีนี้

วันที่ 3 มกราคม สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(สดร.) หรือ NARIT  เปิดเผยถึงสถานการณ์ดาราศาสตร์ ที่น่าสนใจ และน่าจับตามองในปี 2567 10 ปรากฏการณ์ ต่อไปนี้

1. ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์สำคัญ

ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้-ไกลโลก

Advertisement

24 กุมภาพันธ์ 2567 (วันมาฆบูชา) – ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี (Micro Full Moon)

17 ตุลาคม 2567   ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี (Super Full Moon)
ดาวเคราะห์ใกล้โลก

8 กันยายน 2567 – ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี
8 ธันวาคม 2567 – ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี
ดวงจันทร์บังดาวเสาร์ ครั้งที่ 1 วันที่ 25 กรกฎาคม 2567 เวลา 03:09 – 04:27 น. (เห็นทั่วไทย)
ครั้งที่ 2 วันที่ 15 ตุลาคม 2567 เวลา 02:19 – 03:00 น. (เห็นในไทยบางส่วน เฉพาะประเทศไทยตอนบน)

ดาวเคียงเดือน

8 กุมภาพันธ์ 2567 – ดาวอังคาร ดาวศุกร์ เคียงดวงจันทร์
8 มีนาคม 2567 – ดาวอังคาร ดาวศุกร์ เคียงดวงจันทร์
6 – 7 เมษายน 2567 – ดาวอังคาร ดาวเสาร์ ดาวศุกร์ เคียงดวงจันทร์

ดาวเคราะห์ชุมนุม

27 มกราคม 2567  ดาวพุธเคียงดาวอังคาร
23 กุมภาพันธ์ 2567  ดาวศุกร์เคียงดาวอังคาร
22 มีนาคม 2567   ดาวศุกร์เคียงดาวเสาร์
11 เมษายน 2567   ดาวอังคารเคียงดาวเสาร์
14 สิงหาคม 2567   ดาวอังคารเคียงดาวพฤหัสบดี

2. เกาะกระแสดาราศาสตร์โลก
ในปี 2567 มีภารกิจสำรวจอวกาศสำคัญ ได้แก่
1.ภารกิจ Artemis II โดย NASA เตรียมส่งมนุษย์กลับไปดวงจันทร์อีกครั้งในรอบกว่า 50 ปี (พฤศจิกายน 2567)
2.ยาน Europa Clipper โดย NASA สำรวจดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี (ตุลาคม 2567)
3.ยาน MMX โดย JAXA สำรวจดวงจันทร์ของดาวอังคาร (กันยายน 2567)
4.ยาน Hera โดย ESA สำรวจดาวเคราะห์น้อย Didymos-Dimorphos (ตุลาคม 2567)

3. โครงสร้างพื้นฐานดาราศาสตร์ระดับโลก
เตรียมติดตั้งเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุแบบวีกอส (VGOS) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 13 เมตร ที่จังหวัดเชียงใหม่ และสงขลา เพื่อการวิจัยด้านยีออเดซี และธรณีวิทยา เชื่อมต่อเครือข่ายกับนานาประเทศ

4. NAPA แอปพลิเคชันดูดาวฝีมือคนไทย
จากซอฟต์แวร์ท้องฟ้าจำลองฝีมือคนไทย สู่แอปพลิเคชันดูดาวในโทรศัพท์มือถือ เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือให้กลายเป็นแผนที่ดาวดิจิทัล และเครื่องมือช่วยดูดาว ได้ในทุกสถานที่ และทุกเวลา

5.ความก้าวหน้าการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศไทย
จับตา NARIT Cube-1 ดาวเทียม CubeSat ฝีมือคนไทย ที่มีแผนจะปล่อยสู่อวกาศในปี 2567 และ เผยโฉม TSC-1 พร้อม Payload ดาวเทียมวิจัยวิทยาศาสตร์ภายใต้ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย ที่มีแผนจะประกอบขึ้นในห้องปฏิบัติการ Clean Room ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่

6.ความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศไทย-จีน
พัฒนาขีดความสามารถคนไทย ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำรวจอวกาศเชิงลึก ผลิตอุปกรณ์สำรวจสภาพอวกาศระหว่างโลกและดวงจันทร์ ตรวจวัดรังสีคอสมิก และติดตามผลกระทบที่มีต่อโลก เพื่อติดตั้งไปกับยานฉางเอ๋อ 7 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเชิงวิศวกรรมร่วมกันระหว่างสองประเทศ และจีนมีแผนจะส่งไปสำรวจดวงจันทร์ภายในปี พ.ศ. 2569

7.งานพัฒนาเทคโนโลยีและวิศวกรรมดาราศาสตร์ขั้นสูง
ฐานกล้องโทรทรรศน์ติดตามวัตถุท้องฟ้าความแม่นยำสูง ฝีมือคนไทย ออกแบบและผลิตโดยห้องปฏิบัติการเมคาทรอนิกส์ ศูนย์ปฏิบัติการหอดูดาวและวิศวกรรม NARIT อำนวยความสะดวกในการศึกษาวัตถุท้องฟ้าที่อยู่ห่างไกลจากพื้นโลก อาศัยหลักการควบคุมการเคลื่อนที่ของกล้องโทรทรรศน์ให้ชี้ไปยังวัตถุท้องฟ้าที่ต้องการศึกษาด้วยความแม่นยำสูง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ต่อเนื่อง และครบถ้วนสำหรับการศึกษาวิจัยดาราศาสตร์

8.จับตาผลงานเด่นงานวิจัยดาราศาสตร์
NARIT ร่วมศึกษาหาต้นตอปัญหาฝุ่น PM2.5 ดึงเทคโนโลยี และองค์ความรู้ดาราศาสตร์ แก้ปัญหามลพิษทางอากาศในประเทศไทย ศึกษาวิจัยการประเมินแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง PM2.5 โดยวิเคราะห์หาชนิด และปริมาณสารประกอบอินทรีย์ระเหยจากแหล่งชีวภาพ และตัวติดตามละอองลอยทุติยภูมิของฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจแหล่งกำเนิดของฝุ่น PM2.5 ที่ชัดเจน ตรงประเด็น สอดคล้องตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ด้วยอุปกรณ์ต้นแบบ Atmospheric LiDAR ที่ออกแบบและผลิตขึ้นเอง สำหรับตรวจจับกลุ่มอนุภาค หรือฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศ

9. Amazing Dark Sky in Thailand ชวนขึ้นทะเบียนเป็น  เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด
NARIT จับมือหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผลักดันสถานที่เข้าร่วมเป็น เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย ภายใต้แคมเปญ “Amazing Dark Sky in Thailand” สถานที่ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย และได้รับสนับสนุนสื่อและอุปกรณ์เพื่อการจัดกิจกรรมดาราศาสตร์

รวมถึงประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่าง ๆ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงทางดาราศาสตร์แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ปัจจุบัน มีอุทยานแห่งชาติ หน่วยงาน ชุมชน และภาคเอกชน ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่อนุรักษ์ท้องฟ้ามืดแล้วทั้งสิ้น จำนวน 30 แห่ง สำหรับผู้สนใจ และประสงค์จะเสนอพื้นที่เข้ารับการขึ้นทะเบียนเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ Dark Sky Thailand https://darksky.narit.or.th/

10. หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชน แห่งที่ 5 ของไทย : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา พิษณุโลก หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบแห่งที่ 5 ของไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนทะเลแก้ว) จังหวัดพิษณุโลก เริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2567 หากแล้วเสร็จจะเป็นศูนย์เรียนรู้ดาราศาสตร์ที่สำคัญของภาคกลางตอนบน สนับสนุนการบริการวิชาการดาราศาสตร์ งานวิจัยดาราศาสตร์สำหรับนักเรียน นักศึกษา สร้างความตื่นตัวทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการของชุมชน และท้องถิ่น

ภาพ จาก นาซา

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image