นายทุนกรุงเทพ หยามกรมป่าไม้ รุกป่าสงวน เขาโปลกหล่น เพชรบูรณ์ ตัดไม้เทคอนกรีตทำถนน

หยามกรมป่าไม้ ไม่กลัวใคร นายทุนกรุงเทพ รุกป่าสงวน เขาโปลกหล่น เพชรบูรณ์ ตัดไม้เทคอนกรีตทำถนน มีรถบ้านบัญชาการ

วันที่ 17 มกราคม พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 มกราคม ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. ได้บูรณาการหน่วยงาน เพื่อป้องกัน และปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ ตัดไม้ทำลายป่า ในพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีนายทุนขุดปรับพื้นที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น ทำถนนคอนกรีตขึ้นไปบนภูเขา และปรับพื้นที่เป็นขั้นบันได 6 ระดับเทคอนกรีต มองเห็นได้ในระยะไกล เตรียมสร้างที่พักรีสอร์ต จึงประสานการปฏิบัติกับ ผอ.สจป.4 สาขาพิษณุโลก นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.2 (เขาค้อ) เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น พื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 2 (พื้นที่ต้นน้ำลำธาร)ท้องที่ หมู่ 6 บ้านดงหลง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

(ชมคลิป)

Advertisement

พ.อ.พงษ์เพชร กล่าวว่า เมื่อคณะเจ้าหน้าที่เดินทางไป บ.ดงหลง หมู่ 6 ก่อนถึงหมู่บ้านพบถนนคอนกรีตสร้างใหม่แยกขึ้นไปบนภูเขา จึงขึ้นไปตามเส้นทาง พบพื้นที่ 2 แปลง คือ แปลงแรก พบมีการปรับพื้นที่เป็นขั้นบันได 6 ระดับ มีคนงานก่อสร้าง 6 คนกำลังขุดหลุมเตรียมก่อสร้างบ้านพัก เจ้าหน้าที่สอบถามนายสุวัฒน์ สาระนัย อายุ 52 ปี หัวหน้าคนงาน ให้การว่ารับจ้างจากนายโชคชัยฯ อาชีพวิศวกรอยู่กรุงเทพฯ สร้างบ้านพักรีสอร์ต คิดค่าแรงราคา 350,000 บาท

ส่วนรถบ้านที่จอดอยู่ 1 คัน และพื้นที่ที่ปรับระดับไว้เตรียมสร้างที่พัก และทำลานการเต้นท์ โดยไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างจากเทศบาลแคมป์สนแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบการสำรวจการถือครองตามมติ ครม.30 มิ.ย ระบุชื่อนายฟ้อน อุทัยอ่วมซึ่งเสียชีวิตแล้ว

พ.อ.พงษ์เพชร กล่าวอีกว่า สอบถามนายมงคล อุทัยอ่วม บุตรชาย ให้การว่า ก่อนนายฟ้อนฯ จะเสียชีวิตได้ขายให้นายบัญชาฯ และทราบว่าขายเปลี่ยนมือหลายคนแล้วการที่นายโชคชัยฯ มายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนฯ จึงถือว่าเป็นผู้บุกรุกรายใหม่ และเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในเขตป่าสงวนฯ ได้ตามมติ ครม.26 พ.ย.61 เจ้าหน้าที่จึงให้นายสุวัฒน์ฯ นำตรวจชี้ขอบเขตที่ดินจับค่าพิกัดตรวจวัดพื้นที่ถูกบุกรุกด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม(จีพีเอส) คำนวณพื้นที่ถูกบุกรุก เนื้อที่ 4 – 0 – 65 ไร่

ส่วน แปลงที่ 2  ตรวจสอบพื้นที่ติดต่อกันอยู่สูงจากแปลงแรกขึ้นไปบนยอดเขามีการขุดปรับแต่งพื้นที่เป็นขั้นบันได เทคอนกรีตกันดินพังทลาย เตรียมสร้างบ้านพักรีสอร์ต มีการเดินระบบไฟฟ้า และระบบท่อน้ำอย่างดีโดยสร้างอาคารวางแทงค์น้ำ 6 ถัง พักน้ำไว้บนเขาเดินท่อน้ำอย่างดี ติดตั้งเสาไฟโซล่าเซลล์ ตามเส้นทางจำนวน 20 ต้น มีเรือนเพาะชำต้นไม้ดอกไม้ประดับ 1 โรง มีต้นไม้ราคาแพงหลายชนิด และปลูกไม้เมืองหนาว แบลคเบอรี่ เป็นต้น เจ้าหน้าที่ตรวจพบต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกใช้ไฟสุมให้ตาย และถูกตัดโค่น 1 ต้น ด้านล่างของพื้นที่มีอาคารขนาดใหญ่ 1 หลัง มี 3 ห้อง ใส่กุญแจ และไม่พบบุคคลใดในที่แปลงที่ดิน

ตรวจสอบการสำรวจการถือครองตามมติ ครม.30 มิ.ย.41 ทับซ้อนของนายฟ้อนฯ และแปลงไม่มีชื่อ ตรวจสอบข้อมูลสำรวจ คทช.เมื่อปี 2565 ระบุชื่อนางมนต์ทิพย์ โกวิทพันธ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถอนุญาตได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้น 2(พื้นที่ต้นน้ำลำธาร)ไม่เข้าหลักเกณฑ์ คทช.และไม่ใช่ผู้ครอบครองรายเดิม ถือว่าเป็นผู้บุกรุกรายใหม่ ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศพบว่าเข้ามาบุกรุกก่อสร้างใหม่เมื่อปลายปี 2564
คณะเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจวัดพื้นที่ถูกบุกรุกด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม(จีพีเอส) คำนวณพื้นที่ป่าถูกบุกรุกได้เนื้อที่ 8 – 2 – 36 ไร่

พ.อ.พงษ์เพชร กล่าวว่า คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 จึงร่วมกันทำบันทึก
ตรวจยึดพื้นที่ 2 แปลง นำส่ง พงส.สภ.เขาค้อ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่ากระทำผิด ดังนี้ 1. พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484  มาตรา 54 ฐาน “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ”
มาตรา 55 ฐาน “ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น”

2. พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507  มาตรา 14 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้ามมิให้บุคคลใด ยึดถือครอบครองทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้างแผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือ กระทำด้วยประการใดใดอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ  มาตรา 26/4 ผู้ใดกระทําหรือละเว้นการกระทําด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทําลายหรือเป็นเหตุให้เกิดการทําลายหรือทําให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้น้ันมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทําลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น

พ.อ.พงษ์เพชร กล่าวด้วยว่า ตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุก จำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ 12 – 3 – 01 ไร่ คิดค่าเสียหายรัฐเบื้องต้นเป็นเงิน จำนวน 1,912,500.- บาท แปลงที่ 1 เนื้อที่ 4 – 0 – 65 ไร่ ค่าเสียหายรัฐเบื้องต้น
เป็นเงิน 624,000.-บาท  แปลงที่ 2 เนื้อที่ 8 – 2 – 36 ไร่ ค่าเสียหายรัฐเบื้องต้น เป็นเงิน 1,288,500.-บาท

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image