ส.ก.ทวงมาตรการรับมือ เหตุม.2แทงเพื่อนดับ ชัชชาติเด้งรับ จ่อตั้งเครื่องตรวจโลหะร.ร.เสี่ยง

ชัชชาติ เตรียมหาเครื่องตรวจจับโลหะในโรงเรียนเสี่ยง พร้อมหาหน่วยงานภายนอกช่วยดูแลสภาพจิตใจครูและนักเรียน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 5) ประจำปีพุทธศักราช 2567 โดยมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ในตอนหนึ่ง น.ส.ปิยะวรรณ จระกา ส.ก.เขตสวนหลวง ได้ยื่นกระทู้ถามสด เรื่อง ขอทราบมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาของกรุงเทพมหานคร

น.ส.ปิยะวรรณ จระกา ส.ก.เขตสวนหลวง พรรคเพื่อไทย

น.ส.ปิยะวรรณกล่าวว่า เหตุการณ์วันนั้นนักเรียนมีการพกอาวุธเข้ามาในโรงเรียน ซึ่งสถานศึกษาควรเป็นพื้นที่ปลอดอาวุธและสารเสพติดทุกชนิด จึงขอตั้งคำถามถึงผู้ว่าฯกทม.ว่า ขอทราบถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษาของ กทม.เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรของสถานศึกษา

Advertisement

สำหรับประเด็นคำถาม มีดังนี้
1.ผู้ว่าฯกทม.มีนโยบายในการจัดสรรเครื่องตรวจจับโลหะให้สถานศึกษาหรือไม่ อย่างไร
2.ฝ่ายบริหารมีนโยบายในการจัดทำการแจ้งเตือนส่วนรวม เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างไร
3.แนวทางการปฏิบัติบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อให้การลำเลียงผู้ป่วยจากจุดเกิดเหตุ ทาง กทม.มีขั้นตอนดำเนินการอย่างไร หลังจากได้รับการแจ้งเหตุ และขณะนี้มีรถฉุกเฉินกี่คัน ประจำจุดตรงไหน และบุคลากรเพียงพอหรือไม่

นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจกับหลายคน กทม.เป็นผู้รับผิดชอบชีวิตของเด็กกว่า 250,000 คน เมื่อวานนี้ได้ไปร่วมงานศพพบว่าไม่มีข้อมูลเรื่องการล้อเลียนกลั่นแกล้ง (บูลลี่) ไม่ใช่เด็กพิเศษ ข้อมูลที่อยู่ในสื่อไม่มีการยืนยัน ปัญหามีความซับซ้อนมีความละเอียดอ่อนในหลายมิติ ส่วนเรื่องการติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะ เป็นสิ่งที่คิดอยู่ แต่จะประเมินการติดตั้งในโรงเรียนที่มีความจำเป็นก่อน

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม.

ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า การแก้ปัญหาระยะสั้น ได้มีหนังสือจากสำนักการศึกษาให้เพิ่มความเข้มงวดการตรวจกระเป๋า โดยให้สำนักงานเขตเข้ามาร่วมด้วย พร้อมตรวจสอบจุดเสี่ยงบริเวณรอบโรงเรียน ส่วนระยะยาวจะมีการเพิ่มกล้อง CCTV เครื่องตรวจจับโลหะ รวมถึงให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลเด็กนักเรียนด้วย

“รวมถึงจะมีการปูพรมตรวจดูแลสภาพจิตใจของบุคลากรในโรงเรียน โดยการประสานกับกรมสุขภาพจิตในการนำแบบสอบถามมาช่วยในการประเมินแนวทางการตรวจ นอกจากนั้นสำนักการศึกษาจะมีแนวทางเพิ่มการดูแลและทำความเข้าใจกับนักเรียนเป็นรายบุคคลในวิชาโฮมรูม วิชาแนะแนว และมีการพบผู้ปกครองเพิ่มสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อไป รวมถึงจะมีการบูรณาการประชาสัมพันธ์นำแอพพลิเคชั่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสภาพจิตใจเข้ามาปรับใช้ด้วย” นายศานนท์กล่าว

น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม.

ด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ในขณะนี้ทาง กทม.มีขั้นตอนทดลองระบบ EAS (Emergency Alert System) ซึ่งนำเข้ามาใช้ในด้านอัคคีภัย มีการรับแจ้ง บริหารจัดการ และขั้นตอนการฟื้นฟูทั้งหมด ซึ่งอยู่ภายใต้การตรวจสอบข้อมูลของ กทม. ถ้าหากต้องการทำระบบเตือนภัยจากระบบกลางเข้าสู่โรงเรียนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเตือนภัยแบบสาธารณภัยหรือภัยธรรมชาติ เนื่องจากตัวระบบจะมีความซับซ้อนในการออกแบบข้อมูลในการแจ้งเตือน ว่ามีการแจ้งจากใคร แค่ไหนอย่างไร มิฉะนั้นคนที่รับสารอาจจะมีความไม่เข้าใจในสารที่ได้รับ

“ขณะนี้ กทม.ยังไม่มีการขยายผลนำ EAS เข้ามาจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน หรือเกิดเหตุจากคนที่ประสงค์ไม่ดี จะต้องขอนำข้อมูลตรงนี้ไปใช้ในการออกแบบระบบ EAS กลาง ต่อยอดกับระบบ EAS อัคคีภัยและอุบัติเหตุขนาดใหญ่บนถนนที่มีอยู่แล้ว และสำหรับการดำเนินการนำส่งผู้บาดเจ็บจากจุดเกิดเหตุหลังจากที่ได้รับการแจ้งเหตุฉุกเฉินในครั้งนี้ เกิดความล่าช้ากว่าเวลาที่ควรจะเป็นจริง ซึ่งทางเราจะขอตรวจสอบกลับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์ล่าช้า” น.ส.ทวิดากล่าว

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image