พักบ้าง รองผู้ว่าฯ เป็นห่วง ส่งหมอลงตรวจคนงานก่อสร้าง กลัว ‘ฮีตสโตรก’
กทม.เตรียมรับมือภาวะฮีตสโตรก ห่วงแรงงานก่อสร้างทำงานกลางแดดจัด แนะคอยพักครึ่ง ชม. พร้อมลงตรวจสุขภาพตามไซต์งาน
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงมาตรการการรับมือภาวะฮีตสโตรกที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนในช่วงภาวะอากาศร้อนขึ้นว่า ขณะนี้ กทม.ได้เตรียมให้ความรู้และทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่อง ดัชนีความร้อน (Heat Index)
“เพราะการเกิดภาวะฮีตสโตรกหรือโรคลมแดดนั้น จะมีเรื่องของอุณหภูมิ และความชื้นที่สัมพันธ์กัน และจะมีการแจ้งเตือนค่า Heat Index ให้ทราบเป็นระยะ โดยรูปแบบของการแจ้งเตือนก็เป็นลักษณะเดียวกับการแจ้งเตือนค่าฝุ่น PM2.5 เพราะมีทั้งกลไกเชิงการรับรู้ การสื่อสารและการปฏิบัติ ซึ่งก็จะเกี่ยวกับทีมแพทย์ฉุกเฉินด้วย” น.ส.ทวิดากล่าว
น.ส.ทวิดากล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ค่า Heat Index เพื่อให้ทราบว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นในช่วงไหน ระดับความชื้นเป็นอย่างไร เมื่อทราบ กทม.ก็จะดำเนินการแจ้งเตือน ตามข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แจ้งว่าให้งดทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลา 11.00-15.00 น. แต่หลังจากที่ประชุมกันแล้ว ในส่วนของการแจ้งเตือนของ กทม.อาจจะยืดเวลามากกว่าที่ สธ.กำหนด โดยจะมีการแสดงค่าในพื้นที่สวนสาธารณะ โรงเรียน สถานที่ออกกำลังกาย กลางแจ้ง ชุมชนที่มีความหนาแน่นสูง เป็นต้น รวมทั้งมีข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวด้วย

“ปัจจุบันได้มอบหมายให้สำนักงานเขตดำเนินการ วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนแออัดที่อาศัยในบ้านสังกะสี รวมถึงไซต์ก่อสร้าง เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ต้องมีการทำงานกลางแจ้ง โดยขอความร่วมมือให้พักอย่างน้อย 30 นาที หลังจากทำงานกลางแดด 2 ชั่วโมง เบื้องต้นจะให้ทีมแพทย์เข้าไปตรวจสุขภาพคนงานตามไซต์งานต่างๆ เพื่อให้ทราบถึงสุขภาพเบื้องต้นของคนงานและข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันภาวะฮีตสโตรก” น.ส.ทวิดากล่าว
น.ส.ทวิดากล่าวว่า กทม.จะจัดเจ้าหน้าที่สำนักอนามัยลงพื้นที่ช่วงเวลา 08.00-10.00 น. เพื่อแจ้งเตือนตามบ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียง ให้ผู้ดูแลต้องเปิดพัดลมส่าย ต้องเช็ดตัวผู้ป่วยให้บ่อยขึ้น รวมถึงเตรียมหน่วยส่วนหน้ารับมือเคสฉุกเฉิน แทนศูนย์เอราวัณ
สำหรับประชาชนสามารถป้องกันตนเอง โดยหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมในสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรือกลางแจ้งเป็นเวลานานๆ รวมทั้งควรดื่มน้ำให้มากเพียงพอ ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัด หากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้ง ควรมีอุปกรณ์ป้องกันแสงแดด เช่น เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หมวก ร่ม
น.ส.ทวิดากล่าวว่า ส่วนวิธีสังเกตอาการโรคลมแดด ขอให้ระวังหากเกิดอาการตัวร้อนจัด มีไข้สูงกว่า 40-41 องศาเซลเซียส ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน กระหายน้ำมาก มีอาการโซเซ เป็นตะคริว รู้สึกเหนื่อย หายใจเร็ว ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตลดลง หรือเป็นลมหมดสติ
โดยวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้นำผู้มีอาการเข้าที่ร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง ถอดเสื้อผ้าออก และใช้ผ้าชุบน้ำ ประคบตามซอกตัว คอ รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมเป่า พ่นละอองน้ำ ระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลงโดยเร็ว แล้วรีบนำส่งสถานพยาบาล ทั้งนี้ ติดต่อประสานขอรถบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน สายด่วน 1669 บริการตลอด 24 ชั่วโมง

