กทม.สั่งหยุดก่อสร้าง ‘โรงไฟฟ้าเผาขยะอ่อนนุช’ 7 วัน เร่งสืบสาเหตุเครนล้ม

3.07.24 | 14:35 น.

กทม.สั่งหยุดก่อสร้าง ‘โรงไฟฟ้าเผาขยะอ่อนนุช’ 7 วัน เร่งหาสาเหตุเครนล้ม ตรวจสอบความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงกรณีเครนถล่มภายในโครงการก่อสร้างโรงกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ซอยอ่อนนุช 86 เขตประเวศ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นบริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด เป็นผู้รับสัญญาสัมปทานจาก กทม. ส่วนการควบคุมการก่อสร้างโรงงาน กทม.ได้ว่าจ้าง บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด ดำเนินการ

นายชัชชาติกล่าวว่า เบื้องต้นสำนักสิ่งแวดล้อมสั่งให้หยุดการดำเนินโครงการเบื้องต้น 7 วัน และทางสำนักงานเขตประเวศ สั่งออกคำสั่งให้บรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือห้ามใช้อาคาร กรณีฉุกเฉิน ภายใน 30 วัน เพื่อหาสาเหตุและตรวจสอบความปลอดภัยภายในโครงการ โดยมีวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) เข้าไปตรวจสอบ แม้เหตุเกิดภายในสถานที่ปิดไม่กระทบกับประชาชนจำนวนมาก แต่ต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยหลังจากนี้จะตรวจสอบสาเหตุและข้อบกพร่องจากการก่อสร้างอย่างละเอียดอีกครั้ง

“เน้นย้ำให้ทุกโครงการก่อสร้างเข้มงวดเรื่องมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่จะเกิดผลกระทบต่อสาธารณชน เช่น สะพานยกระดับ อุโมงค์ต่างๆ ส่วนการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบเหตุ จะเป็นไปตามที่ทาง บจก.นิวสกายได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้ ซึ่งทาง กทม.จะเร่งรัดการดำเนินการนี้อย่างเต็มที่” นายชัชชาติกล่าว

ด้าน นายดิชา คงศรี ผอ.เขตประเวศ ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ได้ออกคำสั่งให้บรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือห้ามใช้อาคาร กรณีฉุกเฉิน ตามมาตรา 46 วรรคหนึ่ง ประกอบกับข้อ 7 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ.2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2567 แจ้งไปยัง บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด และ บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด ว่า อาคาร ชนิด ทาวเวอร์เครน ขนาดฐานกว้าง 3×3 สูง 20 เมตร จำนวน 1 แห่ง ซอยอ่อนนุช 86 ถนนอ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน/อาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย/ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ/กระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

Advertisement

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ประกอบกับข้อ 7 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ.2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ให้ดำเนินการเพื่อบรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดภยันตรายดังกล่าว ตามรายการแนบท้ายคำสั่งนี้ให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ท่านได้รับคำสั่งนี้ หากพ้นกำหนดนี้แล้วจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และมิให้ท่านใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้อาคาร ดังนี้ ทาวเวอร์เครน ไว้ก่อนจนกว่าจะมีการแก้ไขหรือบรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดภยันตราย ตามรายการแนบท้ายคำสั่งนี้

อนึ่ง ผู้ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณา อุทธรณ์ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง โดยทำเป็นหนังสือและยื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้ออกคำสั่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เบื้องต้น เครนดังกล่าวได้ล้มทับรถปูนและอาคารสำนักงาน พบผู้เสียชีวิตเพศชาย จำนวน 2 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บเพศชาย จำนวน 4 ราย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลสิรินธร ล่าสุดกลับบ้านแล้ว 3 ราย อีก 1 ราย อยู่ระหว่างประสาน refer ไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ์ (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2567 เวลา 20.30 น.)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

แฟ้มภาพ