ส.ก.ทุ่งครุ รอมา2ปี! ลุกทวงคืบหน้าสร้างรพ. ‘ชัชชาติ’ ลุกแจง 4 โปรเจ็กต์ คาดปลายปี’70 ได้ใช้แน่
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2567 โดยมี นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร
ในตอนหนึ่ง นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดเรื่อง ‘สอบถามผลการศึกษาครอบ 6 เดือน เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาล’ กล่าวว่า วันนี้เป็นหนึ่งวันที่ตนรอมานานมากตลอด 2 ปีกว่าที่เข้ามาเป็น ส.ก. จะมาสอบถามผู้ว่าราชการ กทม.ถึงผลการศึกษาเรื่องการสร้างโรงพยาบาลทุ่งครุเป็นอย่างไรบ้าง หากสร้างได้จะสร้างเมื่อไหร่ ขนาดกี่เตียง และสร้างตรงบริเวณไหนของเขตทุ่งครุ

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม.กล่าวว่า เรื่องสาธารณสุขและการศึกษา เป็นเรื่องสำคัญมากของกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมาเราทำเส้นเลือดฝอยเยอะ ลงไปที่ศูนย์อนามัยเพื่อบริการทางสาธารณสุขเยอะ และลงพื้นที่ต่างๆ แต่เส้นเลือดฝอยก็จำเป็น
“ตามจริงแล้ว ผู้บริหารก็มีการศึกษาเรื่องเพิ่มโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร เรามีโครงการใหม่เพิ่ม 4 แห่ง มีหลายโซน เช่น โซนสุขภาพที่ 6 (เขตดอนเมืองและสายไหม) โซนสุขภาพที่ 1 (เขตภาษีเจริญ) หรือ โซนสุขภาพที่ 3 (เขตทุ่งครุ) จะอธิบายให้เห็นว่าเราทำเรื่องเส้นเลือดใหญ่ด้านโรงพยาบาล ได้แก่
1.โรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี ซึ่งเราได้พื้นที่มาจากวัด บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย1 2.โรงพยาบาลสายไหม เริ่มดำเนินการปี 2568 ประมาณ 25 ไร่ เขตดอนเมืองปี 2568 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 18 ไร่ และสุดท้าย โรงพยาบาลทุ่งครุ ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ยังไม่มีโรงพยาบาลในเขตทุ่งครุเลย เรามีพื้นที่ใหญ่และพิจารณาพื้นที่กัน เราก็เป็นคิดว่าเป็นโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร” นายชัชชาติระบุ

นายชัชชาติกล่าวว่า เราเห็นว่าเขตทุ่งครุไม่มีทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ประชากรก็ขยับมาอยู่พื้นที่นี้เพิ่มสูงขึ้น มีความเจริญของเมืองและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเราก็มี 4 โรงพยาบาลที่จะเพิ่มขึ้น ทั้งสายไหมดอนเมือง ทุ่งครุ และภาษีเจริญ
“ทุ่งครุเรามีพื้นที่ใหญ่อยู่บริเวณโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ก็คงใช้พื้นที่นี้ในการจัดสร้างโรงพยาบาล เรามีพื้นที่ตรงนั้นทั้งหมด 112 ไร่ มีการหาลือกันเพื่อจะให้มีการจัดพื้นที่สร้างโรงพยาบาล ตรงนั้นก็มีศูนย์กีฬา ค่ายลูกเสือ ศูนย์การเรียนรู้พิพิธภัณฑ์เด็ก ซึ่งก็ดีมันมีหลายพื้นที่ หลายกิจกรรม ซึ่งถ้ามีโรงพยาบาลก็จะมีการบริการที่ดีขึ้น” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวว่า ตามจริงแล้วเราก็ประมาณการเข้าไปดูพื้นที่ โดยนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการฯ เป็นผู้พิจารณาคงจะจัดพื้นที่ให้ประมาณ 8 ไร่ 20 ตารางวา ความยาวประมาณ 60×200 เมตร ที่เราจะจัดสรรสร้างโรงพยาบาล เราจะทำ master plan ของพื้นที่ใหม่ ซึ่งตรงนี้ก็ให้ทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้ช่วยพิจารณาอยู่

“รายละเอียดของโรงพยาบาลมีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ 20 ตรว. ขนาด 72 เตียง พื้นที่อาคารประมาณ 18,500 ตรม. ที่จอดรถไม่น้อยกว่า 130 คัน งบประมาณ 592 ล้าน ระยะเวลาก่อสร้าง 600 วัน ปีนี้จะให้สำนักงานโยธาเริ่มเป็นผู้ออกแบบ และคิดว่าจะบรรจุเข้าสู่งบประมาณปี 69 ก็ต้องขอการสนับสนุนจากสภาด้วย” นายชัชชาติเผย
นายกิตติพงศ์กล่าวว่า ตนได้ยินแล้วก็ชื่นใจในฐานะคนทุ่งครุว่า วันนี้ท่านผู้ว่ารับปากแล้ว ทั้งเขตทุ่งครุและเขตอื่นๆ ในกรุงเทพมหานครกำลังจะมีโรงพยาบาลเพิ่มเติม อันนี้ก็เป็นPain point ของทุ่งครุ และโชคดีที่ได้ร่วมทำงานกับนายศานนท์ รองผู้ว่าฯ จะไปลงพื้นที่โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีถนนตัดใหม่ด้วย ถ้าสำหรับประชาชนมีรถ 2 แถวผ่านจะเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น

นายกิตติพงศ์ ตั้งคำถามต่อว่า ถ้าหากตอบตกลงว่าจะสร้างโรงพยาบาลจะเริ่มในปีงบประมาณไหน และใช้งบออกแบบและก่อสร้างอย่างไร?
นายชัชชาติกล่าวว่า เบื้องต้นถ้าเป็นโรงพยาบาลที่ไม่ได้มีความซับซ้อนมาก 72 เตียง ก็ให้สำนักงานโยธาเป็นผู้รับผิดชอบในเบื้องต้นก่อน ส่วนหากต้องมีการออกแบบเป็นกรณีพิเศษ หรือ วอร์ดพิเศษ อาจจะมีการใช้เงินนอกงบประมาณของสำนักการแพทย์ โดยจะตั้งงบก่อสร้างเข้าในบัญญัติงบประมาณ 2569 ต่อไป
นายกิตติพงศ์ ตั้งคำถามอีกว่า หากดำแผนดำเนินโครงการตามแผนแล้ว พี่น้องชาวทุ่งครุมีโอกาสจะได้ใช้โรงพยาบาลนี้ปีอะไร เพราะเข้าใจว่าการสร้างโรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องสร้างเสร็จสมบูรณ์ก่อน แต่บางโรงพยาบาลสามารถเปิดเป็นคลินิกตรวจผู้ภายนอกได้ก่อน จะสามารถเปิดบริการเบื้องต้นและสมบูรณ์ได้เมื่อไหร่

นายชัชชาติกล่าวว่า ตามจริงแล้วมีกำหนดการสร้าง 600 วัน คือ ใจเราพยายามอยากให้เปิดได้เร็วที่สุด แต่ขณะเดียวกัน ถ้าเปิดให้บริการเป็นเฟส อาจจะทำให้การก่อสร้างล่าช้าไป เพราะว่าเวลาที่มีคนเข้าออกโรงพยาบาล บางทีอาจจะทำให้การก่อสร้างไม่สะดวกมาก ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย ตนว่าอย่างช้าที่สุดปลายปี 2570 ต้นปี 2571 น่าจะเริ่มใช้ได้

