ส.ก.ท้วง ชัชชาติแจงยิบโปรเจ็กต์ 2.2พันล้าน ‘ระบบบำบัดน้ำเสียฝั่งธนฯ’ สร้างช้าไป 780 วัน

10.07.24 | 15:07 น.

ส.ก.ท้วง ‘ระบบบำบัดน้ำเสีย ธนบุรี’ สร้างช้าไป 780 วัน ชาวบ้านร้องไม่หยุด ‘ชัชชาติ’ แจงยิบโปรเจ็กต์ ‘2.2 พันล้าน’ ของผู้ว่าฯ ชุดก่อน ติดปัญหาตั้งแต่ออกแบบ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2567 โดยมี นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร

ในตอนหนึ่ง นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติ เรื่อง โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียธนบุรี สัญญาที่ 3 งานก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียพื้นที่ส่วนใต้ (เขตบางกอกน้อยและเขตบางกอกใหญ่) ดำเนินการล่าช้า

นายวิรัชกล่าวว่า ตามที่ สำนักการระบายน้ำ ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียดังกล่าว ซึ่งเมื่อดำเนินการล่าช้า ส่งผลต่อระบบสาธารณูปโภค ประชาชนร้องเรียนความเดือดร้อนจำนวนมาก ซึ่งครอบคลุมทั้งเขตบางกอกใหญ่ และบางกอกน้อย รายละเอียดของโครงการ คือ ดำเนินการโดยสำนักการระบายน้ำ และบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่า 2,259,198,000 ล้านบาท กรอบระยะเวลา ตั้งแต่ 1 ก.พ.2565-15 ม.ค.2568 ระยะเวลา 1,080 วัน

Advertisement

“ผมก็คาดว่าสิ้นปีนี้ นอนฝันไปว่าปัญหาชาวบ้านจะได้ไม่โทรศัพท์มาร้องเรียนเราแล้ว ยังไม่รวมค่าปรับ ซึ่งโครงการก่อสร้างสัญญาที่ 3 เป็นพื้นที่บางกอกใหญ่ มีคลองเล็กคลองน้อยถึง 50 คลอง ในเนื้อที่เพียงแค่ 7 ตร.กม.ประเด็นพวกนี้ผมจะขอเก็บไว้ วันนี้เป็นเพียงแค่กระทู้ แต่จะรวบรวมยื่นเป็นญัตติอีกครั้ง ในการประชุมสมัยหน้า” นายวิรัชชี้

นายวิรัชกล่าวว่า ต่อมา ลักษณะงานก่อสร้าง จะมีบ่อดักน้ำเสีย ท่อเชื่อมบ่อดัก ท่อรวบรวมน้ำเสีย และบ่อพัก ซึ่งงานก่อสร้างในพื้นที่มีบ่อพัก 334 บ่อ ขณะนี้ถ้าใครไปจะเจอ 300 กว่าบ่อเพราะยังไม่คืบหน้า มีบ่อดักน้ำเสีย 239 บ่อ และท่อคอนกรีตรวบรวมน้ำเสีย 24,414 ท่อ, ท่อแรงดัน 875 ท่อ

“ฝากท่านประธานไปยังฝ่ายบริหาร เรื่อง ความก้าวหน้าของโครงการ ในพื้นที่เขตบางกอกใหญ่ เพราะเริ่มตั้งแต่ ก.พ. ปี 2565 แล้ว และควรจะสิ้นสุดสิ้นเดือน ธ.ค.ปีนี้

วันที่ 24 มิ.ย.ที่เพิ่งมีการตรวจสอบ ปรากฏว่าเพิ่งจะได้เนื้องาน 23 เปอร์เซ็นต์ คือประเด็นที่ผมอยากจะถามว่า ความล่าช้านี้ กทม.จะดำเนินการอย่างไร กับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความล่าช้านี้” นายวิรัชกล่าว

ด้าน นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวมีปัญหาจริง ซึ่งเป็นการลงนามตั้งแต่ก่อนที่เราจะเข้ามาทำงาน เริ่มตั้งแต่ ก.พ.ปี 2565 ทั้งออกแบบเองตั้งแต่ปี 2558 และเราเข้ามาต้องรับช่วงต่อ โดยผู้รับจ้างคือ บริษัท ซิโน-ไทยฯ มูลค่าประมาณ 2,200 ล้าน ซึ่งความจริงแล้วคือบ่อเก็บน้ำเสีย เพื่อรวมไปที่ศูนย์บำบัดกลาง โดยมีความล่าช้ากว่ากำหนดเป็นอย่างมาก จริงๆ แล้ว ปัญหามีอยู่ 5 ข้อคือ

1.การขออนุญาตบางส่วน เช่นมีพื้นที่อยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องไปขอคลอง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กรมเจ้าท่า และไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า

“ตรงนี้เราก็พยายามเร่งรัด เนื่องจากเป็นหน่วยงานภายนอก ดังนั้น กทม.คงต้องพยายามเร่งรัดเรื่องนี้ต่อไป ในการขอใบอนุญาตก่อสร้างในส่วนคลอง” นายชัชชาติกล่าว

2.ปัญหาสาธารณูปโภค เช่น ประปา ที่อยู่ทับซ้อนกับตัวระบบที่ออกแบบไป ซึ่งต้องไปประสานงานกับหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง

3.ข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่ เครื่องจักรไม่สามารถเข้าไปดำเนินการก่อสร้างได้ และทำความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน คงต้องปรับเรื่องเทคนิคการก่อสร้าง และเพิ่มบุคลาการ

4.ข้อจำกัดด้านการจัดการจราจรในพื้นที่ก่อสร้าง เช่น ต้องปิดถนน หรือไปเบียดถนนบางเลน คงต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แต่ต้องเรียนว่า การออกแบบทั้งหมด มีก่อนที่เราจะเข้ามาแล้วเป็นเงื่อนไขที่อยู่ในกระบวนการก่อสร้าง และอาจจะมีอีกบางปัญหา เช่น การออกแบบ ไปอยู่ในพื้นที่เอกชน เหมือนกับตอนออกแบบไม่ลงไปดูละเอียด ทำให้มีข้ออุปสรรคขัดข้องค่อนข้างมาก คงต้องดูรายละเอียและเร่งรัดดำเนินการในแต่ละประเด็นที่มีปัญหา ปรับตามระเบียบและข้อสัญญาอย่างเคร่งครัด ซึ่งเราต้องเข้าไปช่วยประสานงานหน่วยงาน” นายชัชชาติกล่าว

จากนั้น นายวิรัชสอบถามอีกว่า ตามที่ระบุว่า ‘สถานะช้ากว่าแผนงาน 72 เปอร์เซ็นต์’ คิดเป็นจำนวนความล่าช้า 780 วัน ก่อนจะถึงสิ้นปีนี้ ตนคาดว่าน่าจะถึง 800 วัน ถามว่าจะดำเนินการอย่างไร

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ขอให้ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ชี้แจงรายละเอียด ว่าการล่าช้า 800 วันจะดำนเนินการอย่างไรต่อไป

นายสุราษฎร์เจริญชัยสกุล ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า ความจริงแล้วความล่าช้าทั้งหมด เกิดตามที่ผู้ว่าได้นำเรียน ตนจะรับไปปรับรูปแบบและวิธีการก่อสร้างให้ง่ายขึ้น เช่น อาจจะต้องมีท่อแบบกลม และเรื่องการขนส่งที่อาจจะเบียดพื้นที่ ก็อาจจะปรับรูปแบบบ่อให้ให้สมูต และขนส่งเข้าไปง่ายขึ้น ซึ่งตอนนี้ก็ประสานงานกับกรมเจ้าท่าอย่างใกล้ชิด ข้อมูลต่างๆ ทางเราก็รีบส่งให้ เพื่อที่จะได้ใบอนุญาตมาก

“ปัญหาคือจำนวนบ่อเยอะ ดังนั้น หัวเจาะจะต้องมีมากขึ้น ในสัญญาที่ 2 จึงได้สั่งให้เพิ่มหัวเจาะ และบริหารจัดการการก่อสร้าง การจราจร และปรับรูปแบบใหม่ หากเริ่มดำเนินการทั้งหมดนี้ เชื่อว่าจะทำใหระยะเวลาก่อสร้าง แล้วเสร็จรวดเร็วขึ้น” นายสุราษฎร์กล่าว