‘นพ.เหรียญทอง’ย้ำจุดยืน! ไม่เอาเกณฑ์สปสช. แม้ขยายเวลาไปอีก 1 ปีรักษาผู้ป่วยหัวใจได้ก็ตาม

เมื่อวันที่ 21 กันยายน พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ กล่าวถึงกรณีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ขยายเวลาให้รพ.ไปอีก 1 ปีจนกว่าจะมีการปรับปรุงให้เป็นไปตามเกณฑ์ โดยระหว่างนี้ยังรักษาได้เหมือนเดิม ว่า   ขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแทนประชาชน นี่คือการช่วยเหลือประชาชนที่อย่างน้อยจะไม่เดือดร้อนไปอีก 1 ปี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าที่รพ.มงกุฎวัฒนะมีศัลยแพทย์หัวใจอยู่แล้ว 3 คนและพร้อมที่จะให้การดูแลรักษาคนไข้ 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมาก็รักษาผ่าตัดหัวใจคนไข้ทั้งคนไทยและต่างชาติมาตลอด นี่คือระบบเต็มเวลาของรพ.เอกชน ที่ไม่ได้แยกเป็นเวลาทำงานเหมือนราชการที่จะต้องมีแพทย์เต็มเวลาในวันจันทร์-ศุกร์เท่านั้น จึงยืนยันว่าแม้จากนี้ไปอีก 1 ปี รพ.มงกุฏวัฒนะก็จะไม่จำเป็นต้องจัดหาศัลยแพทย์หัวใจมาเพิ่มเติม เพื่อทำงานธุรการในเวลาจันทร์-ศุกร์ คอยประสานงานกับสปสช.ในการรับส่งต่อคนไข้โรคหัวใจแน่นอน

พล.ต.นพ.เหรียญทอง  กล่าวอีกว่า การที่สปสช.ออกเกณฑ์แบบนี้ก็เพียงเพื่อให้หน่วยรับส่งต่อด้านหัวใจได้มีศัลยแพทย์หัวใจคอยประสานงานกับสปสช.ในวันเวลาราชการเท่านั้น เพราะสปสช.เขาทำงานแค่จันทร์-ศุกร์ แต่การเจ็บป่วยของคนไข้ไม่ได้เกิดแค่เวลาราชการเท่านั้น เกิดได้ตลอดเวลา ซึ่งรพ.มงกุฎวัฒนะเป็นหน่วยบริการหลักของระบบบัตรทอง มีคนไข้ใช้สิทธิ์บัตรทองประจำอยู่ที่นี่ เรารักษาทุกโรคและมีศูนย์ประสานงานกับสปสช.เฉพาะอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาศัลยแพทย์มาแปะป้ายตามเกณฑ์ของหน่วยรับส่งต่อของสปสช.เพื่อทำหน้าที่แค่ประสานงานอีก

“เรามีศัลยแพทย์หัวใจที่พร้อมดูแลคนไข้ตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว รพ.จะไม่จัดหาศัลยแพทย์มาเพียงทำหน้าที่ประสานงานการส่งต่อกับสปสช.ในวันจันทร์-ศุกร์แน่ๆ มันเสียของ เสียบุคลากร และฝากถามสปสช.ว่าหลังครบกำหนดผ่อนผัน 1 ปีแล้วรพ.จัดหาศัลยแพทย์หัวใจระดับอาจารย์แพทย์มาทำงานประจำจันทร์-ศุกร์ตามเกณฑ์ของสปสช. แต่อาจารย์ท่านอายุ 80 ปีแล้วผ่าตัดไม่ไหวแล้ว แบบนี้คือผ่านเกณฑ์หน่วยรับส่งต่อของสปสช.ใช่หรือไม่ ถ้าผ่านแล้วการเอาชื่อศัลยแพทย์มาแค่แขวนป้ายได้ประโยชน์อะไรกับคนไข้”พล.ต.นพ.เหรียญทองกล่าว

พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวอีกว่า กฎเกณฑ์นี้ไม่ได้มีปัญหาหากใช้กับหน่วยบริการที่รับส่งต่อเฉพาะด้านหัวใจ ที่จำเป็นต้องมีศัลยแพทย์หัวใจมาทำหน้าที่ประสานงาน เพราะเขาไม่ใช่หน่วยบริการหลักอย่างรพ.มงกุฏวัฒนะที่มีศูนย์ประสานงานเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องนำศัลยแพทย์หัวใจที่เรามีอยู่มาทำหน้าที่ตรงนี้  ส่วนหน่วนบริการรับส่งเฉพาะอย่างเดียวอาจจำเป็นต้องมีแบบนั้น เพื่อให้หน่วยบริการรองที่ไม่มีศักยภาพในการรักษาโรคหัวใจสามารถส่งต่อไปหน่วยรับส่งต่อเหล่านั้นได้ แต่ของรพ.มงกุฎวัฒนะเป็นหน่วยหลักที่สามารถรักษาโรคหัวใจได้เองไม่ต้องส่งต่อ และมีศักยภาพรับส่งต่อจากหน่วยบริการรองอื่นๆ ไม่ควรนำกฎเกณฑ์นี้มาใช้กำหนด

ขอยกตัวอย่างที่ผ่านมา สปสช.เคยออกกฎเกณฑ์แบบนี้ในเรื่องหน่วยรับส่งต่อเฉพาะโรคนิ่วในไต การสลายนิ่ว โดยออกกฎให้หน่วยรับส่งต่อมีศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะอย่างน้อย 1 คน ประจำจันทร์-ศุกร์ ก็แบบนี้รพ.มงกุฎวัฒนะมีศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะพร้อมดูแลคนไข้ 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องจัดหาแบบนั้น เมื่อมีคนไข้บัตรทองต้องเข้ารับการสลายนิ่ว รพ.มงกุฎวัฒนะก็ส่งต่อไปที่อื่นเพราะถ้ารักษาที่นี่สปสช.จะไม่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คนไข้ ส่วนคนที่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองได้ก็ผ่าที่นี่ แต่กรณีนี้ไม่ได้ออกมาค้านอะไรทั้งที่ไม่ได้เห็นด้วย เพราะการสลายนิ่ว ไม่ใช่ภาวะความเป็นความตายของคนไข้เหมือนโรคหัวใจในตอนนี้ แต่สุดท้ายคนไข้ไปร้องสปสช. ท้ายที่สุดแพทย์ที่เป็นที่ปรึกษาสปสช.ก็มาขอร้องให้รพ.มงกุฎวัฒนะรับส่งต่อคนไข้สลายนิ่วเหมือนเดิม ตนก็บอกไปว่าคุณสมบัติไม่ครบตามเกณฑ์ที่สปสช.กำหนด ก็ได้รับการบอกกล่าวว่าให้ทำเหมือนเดิม ไม่ต้องหาศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะมาแขวนป้าย เพราะรพ.มีศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะและศักยภาพในการสลายนิ่วได้ ก็รักษาคนไข้สลายนิ่วมาจนถึงตอนนี้

“นี่คือเรื่องโรคหัวใจ ที่เป็นความเป็นความตายของคนไข้ จะมาทำแบบการสลายนิ่วไม่ได้ เมื่อครบ 1 ปี ผมก็ทำอยู่เหมือนเดิมเพราะเรามีศัลยแพทย์หัวใจพร้อมอยู่แล้ว ถึงเวลานั้นสปสช.ก็อาจจะต้องออกมาผ่อนผันไปอีก 1 ปีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเห็นและเข้าใจได้ว่ากฎเกณฑ์นี้มันแย่แค่ไหนหากนำมาใช้กับหน่วยบริการหลัก และยึดตามหลักความเป็นจริง และคิดได้ว่าคนไข้ไม่ได้ประโยชน์ คิดว่าจะเอาเรื่องเงินมาบีบให้ทำ แต่ผมไม่ทำหรอก เพราะประชาชนเดือดร้อน ผมไม่ได้ทิฐิ แต่เพราะรพ.มงกุฎวัฒนะมีศัลยแพทย์หัวใจอยู่แล้ว ไม่เอาแพทย์มาทำงานธุรการเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องออกมาบอกให้สังคมรับทราบ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่ารพ.ใจจืดใจดำไม่ผ่าตัดหัวใจให้คนไข้ แต่มันเป็นเพราะกฎเกณฑ์ของสปสช. ถามว่ารพ.มงกุฎวัฒนะจะถอนตัวออกจากระบบบัตรทองหรือไม่  ผมถือประชาชนของในหลวงเป็นที่ตั้ง จึงจะไม่ออกและพร้อมรับคนไข้จากรพ.อื่นๆที่ถอนตัวจากบัตรทองมาดูแลให้ด้วย”พล.ต.นพ.เหรียญทองกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สุจิตต์ วงษ์เทศ : สนามหลวง, ท้องพระเมรุ, ถนนหน้าวังหลวง ยุคกรุงเก่า อยุธยา
บทความถัดไป“มีชัย” นัดประชุมกรธ. เพิ่มเสาร์ – อาทิตย์นี้ ยัน คุณสมบัติป.ป.ช.ยึดตามรธน.