ภรรยา รปภ.เผย หมอยอร์นรู้สึกเสียใจ รับปากดูแลเต็มที่ ขณะนี้ขอสามีดีขึ้น

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นางจำปี ศรีโพธิ์ทอง แม่บ้านที่กระทรวงสาธารณสุข ภรรยานายสมชาย ยามดี (นายนัท) เจ้าหน้าที่ รปภ.กระทรวงที่ถูกชนได้รับบาดเจ็บ ให้สัมภาษณ์ว่า คืนวันที่ 10 พฤศจิกายน ได้รับแจ้งจากเพื่อน รปภ.ที่เข้าเวรคู่กับสามีตนว่าสามีถูกรถชน ตอนแรกก็ยังถามกลับไปว่าขับรถยังไงถึงไปชน แต่เพื่อน รปภ.ตอบกลับมาว่านายสมชายไม่ได้ขับรถชน แต่เป็นคนอื่นที่ขับชนเข้ามาขณะที่นายสมชายกำลังจะปิดประตูกระทรวงสาธารณสุข เพราะถึงเวลาปิดสัญจรภายในกระทรวงแล้ว ตนตกใจมาก จึงได้รีบเดินทางไปที่ห้องฉุกเฉินของ รพ.พระนั่งเกล้า พร้อมลูกสาวอีก 2 คน พบว่าเลือดไหลท่วมตัว ตนและญาติรอคอยที่หน้าห้องและภาวนาขอให้รู้สึกตัวและปลอดภัย จนประมาณ 5 ทุ่มแพทย์ได้ออกมาแจ้งอาการนายสมชายว่ายังอยู่ขั้นวิกฤต ยังบอกอะไรมากไม่ได้เพราะต้องดูไปทีละขั้นตอน แต่รับปากว่าจะดูแล และช่วยเหลือนายสมชายให้ดีที่สุดไม่ต้องกลัว ตนและลูกจึงกลับมาที่บ้านประมาณเที่ยงคืน

นางจำปีกล่าวต่อว่า ต่อมาวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน หลังนายสมชายได้รับการผ่าตัดกะโหลกศีรษะแล้วตนไปเยี่ยมตอนเช้ายังพบว่ามีเลือดออก ใบหน้าบวม แต่อาการเมื่อวานใบหน้าที่บวมยุบลงแล้วแต่ไปบวมที่บริเวณคอแทน แต่แพทย์ได้แจ้งให้ทราบว่าอาการของนายสมชายดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็สรุปไม่ได้เพราะเกิดการบาดเจ็บที่ศีรษะ ยังต้องดูอาการต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวานตอนที่ตนเข้าไปเยี่ยมแล้วบอกเขาว่ามาเยี่ยมนะ เขาก็ยังจับมือ บีบมือเรา

“ล่าสุดหมอโทรศัพท์มาแจ้งอาการให้ทราบเมื่อเช้า บอกว่านายสมชายสามารถทำตามคำสั่งได้ ให้ชู 2 นิ้วก็ทำได้ แต่ทำได้แค่ข้างขวาเท่านั้น ส่วนซีกซ้ายยังไม่สามารถทำตามคำสั่งได้ สอบถามก็ได้ความว่าที่แขนขวาและอวัยวะด้านขวาขยับได้ ทำตามคำสั่งได้เพราะเลือดไปเลี้ยงดี แต่ซีกซ้ายเลือดไปเลี้ยงน้อยจึงยังขยับไม่ได้” นางจำปีกล่าว

เมื่อสอบถามถึง นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์ เขต 12 ซึ่งเป็นผู้ขับรถชน ว่าได้มาพูดคุย มาเยี่ยมหรือไม่ นางจำปีกล่าวว่า มาแล้ว คุยแล้วโดยบอกว่าเสียใจ และจะดูแลเต็มที่ หลังจากนั้นก็มาเยี่ยมเหมือนกันแต่คลาดกัน ส่วนใหญ่ที่ได้เจอก็จะให้เลขาฯมาเยี่ยม ซึ่งทุกครั้งเวลาที่เลขาฯมาเยี่ยมก็จะโทรหา และถามตลอดว่าตนจะมาหรือยัง

“เมื่อคืน (13 พ.ย.) ก็ได้คุยกับคุณหมอยอร์น เลขาฯคุณหมอ เราก็ขอให้เขาดูแลนายสมชายให้ดีที่สุด เรื่องอื่นเราไม่ได้สนใจ สามารถคุยกันทีหลังได้ แต่ตอนนี้เราขอให้ดูแลนายสมชายให้ดี ให้กลับมาเป็นปกติ ครบ 32 สติสตังค์อยู่ครบ สามารถทำงานได้เหมือนเดิม แม้เรายากจนหาเช้ากินค่ำ แต่ก็ทำงาน ดูแลเลี้ยงตัวเอง วันนี้และพรุ่งนี้เราก็ยังดูแลกัน” นางจำปีกล่าว

บทความก่อนหน้านี้โครงการรถไฟฟ้ารางเบาที่ภูเก็ต : โดย สมหมาย ภาษี
บทความถัดไปพสกนิกรหลั่งไหลชมพระเมรุมาศไม่ขาดสาย อยากให้ขยายวันเข้าชมเพิ่ม