กุมภาฯประกาศ พ.ค.เริ่มปลดแอก สัญญาเช่าหอพัก

เป็นประเด็นข้อร้องเรียนมาโดยตลอด สำหรับเรื่องค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าที่ผู้เช่าหอพักถูกเจ้าของหอพักและผู้ประกอบการให้เช่าหอพักเอาเปรียบคิดราคาค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าที่สูงเกินจริง ต่างจากเรตการคิดราคากับบ้านเรือนธรรมดา ที่กลุ่มผู้เช่าหอพักต้องเจอกับสภาวะไฟต์บังคับต้องยอมจ่าย

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาของผู้เช่าหอพักและอพาร์ตเมนต์ ที่ประสบปัญหาในกรณีดังกล่าว นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยอยู่ระหว่างเตรียมออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่า อาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. …เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้บริการเช่าที่พักอาศัยอย่างยั่งยืนต่อไป

สาระสำคัญ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าฯนั้น เพื่อแก้ปัญหาผู้ประกอบการเรียกเก็บค่าน้ำค่าไฟจากผู้เช่าสูงเกินจริง และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เช่า โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการหอพักต้องเก็บไม่สูงกว่าอัตราที่การไฟฟ้าหรือการประปาจัดเก็บไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ และห้ามเรียกเก็บเงินประกันความเสียหายเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าเช่า รวมทั้งห้ามเรียกเก็บเงินค่าต่อสัญญาจากผู้เช่ารายเดิมด้วย

หากผู้ประกอบรายใดฝ่าฝืน มีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ สคบ.จะออกประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 และจะมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน หรือประมาณเดือนพฤษภาคม 2561 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องยกเลิกสัญญาฉบับเก่าที่ทำไว้กับผู้เช่าทั้งหมด และให้ผู้เช่าทำสัญญาใหม่ตามประกาศดังกล่าวที่่มีผลบังคับใช้

ขณะที่ พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการ สคบ. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญากรณีให้ธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เนื่องจากมีการทำประชาพิจารณ์ไปแล้ว จะต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เดิมไม่เคยมีประกาศนี้ จะเป็นการประกาศขึ้นมาใหม่ เพื่อดูแลคุ้มครองผู้เช่า

ในที่นี้จะรวมหอพัก อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม บ้านเช่า ยกเว้นหอพักนักศึกษาหรือหอพักที่บุคคลอายุไม่เกิน 25 ปี ที่อยู่ในการดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เมื่อประกาศฉบับนี้ออกจะส่งให้ พม.พิจารณา ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน และให้เป็นประโยชน์ต่อผู้เช่า

ขอย้ำว่า สคบ.ไม่ได้ทำร้ายผู้ประกอบธุรกิจ สคบ.เป็นกลางจริงๆ

ที่ผ่านมา สคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก จึงได้นำมาปรับปรุงในหลายประเด็น ประเด็นแรกคือการเก็บค่าเช่าล่วงหน้า จะกำหนดให้เก็บได้แค่ 1 เดือน โดยห้ามล็อกประตู ยึดของผู้เช่า ในประกาศครั้งนี้มีหลักสำคัญคือการเก็บค่าน้ำค่าไฟ จะต้องเก็บตามที่การไฟฟ้าหรือการประปาเรียกเก็บเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการสามารถคิดเพิ่มได้ตามความเป็นจริง เช่นผู้ประกอบการบอกว่ามีค่าไฟทางเดิน ไฟอาคาร รวมไปกับค่าไฟที่เรียกเก็บ สามารถเรียกเก็บได้แต่ต้องแสดงหลักฐานข้อเท็จจริง มาเฉลี่ยกับผู้เช่า ไม่ใช่การเรียกเก็บคูณสอง ประกาศที่ออกมาจะดูแลในส่วนนี้ หรือค่าน้ำจะมีค่าใช้จ่ายในการดูดน้ำขึ้นไปพักข้างบนก่อนจะปล่อยลงมาให้ลูกบ้านใช้ สามารถเรียกเก็บค่าปั๊มน้ำได้ แต่ก็ต้องเรียกเก็บตามความเป็นจริง

เดิมจะกำหนดไว้ในประกาศให้ไม่เกินร้อยละ 20 แต่ไม่มีเหตุที่จะนำเลขตัวนี้มาคิดจึงให้ผู้ประกอบการเรียกเก็บในอัตราตามความเป็นจริง บางพื้นที่ที่มีการเก็บค่าน้ำแบบเหมาจ่าย จะต้องดูค่าใช้จ่ายความเป็นจริง ให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภค หากบางพื้นที่มีการซื้อน้ำแพงกว่าที่อื่นก็สามารถเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกับเช่าได้ แต่อย่าเก็บเกินแบบที่ไม่มีเหตุไม่มีผล ไม่ได้บังคับ ให้ต้องจ่ายจนขาดทุน ไม่ใช่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพื้นฐานความเป็นจริงและความเป็นไปได้ ความยุติธรรม คนเรารู้ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน เพียงแต่ยอมรับกันหรือไม่Ž เลขาฯ สคบ.ให้รายละเอียด

ส่วนค่าทำความสะอาดที่มักจะโดนเรียกเก็บภายหลังย้ายออกนั้น พล.ต.ต.ประสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ของคนที่ออกไปจะต้องจ่ายค่าทำความสะอาด ในเมื่อคนเช่าหอจะเปิดให้คนเช่าต่อก็จะต้องดูแลทำความสะอาด หรือหากจะทาสีใหม่ ไม่ใช่กรณีทำให้เกิดความเสียหายก็ไม่ควรไปเรียกเก็บเพิ่ม โดยส่วนนี้จะมีเพิ่มเติมอยู่ในประกาศที่กำลังจะออกมา ทั้งนี้ ตามกฎหมายพาณิชย์ ถ้าซ่อมเล็กน้อยผู้เช่าจะเป็นคนชำระค่าใช้จ่าย เช่นการเปลี่ยนลูกบิด หลอดไฟ แต่ถ้าซ่อมใหญ่เจ้าของบ้าน หรือคนให้เช่าต้องเป็นผู้รับผิดชอบ สคบ.จะดูแลไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค

ทั้งนี้ ในส่วนของการคืนเงินเมื่อมีการย้ายออกจะมีบัญชีแนบท้ายให้ผู้ประกอบการหรือผู้ให้เช่าชี้แจงรายละเอียดการหักค่าใช้จ่าย โดยจะต้องคืนเงินภายใน 7 วัน

ในมุมมองของผู้เช่าหอพักอย่าง นายวสันต์ พันธุกุล ผู้ใช้บริการหอพักย่านบางนา เปิดเผยว่า ค่าไฟหอพักแถวบางนาจะเฉลี่ยอยู่ที่ 7-8 บาทต่อหน่วย แต่เคยเจอบางหอพักที่สูงถึง 9 บาทต่อหน่วย หอพักที่อาศัยอยู่นั้นคิดค่าไฟหน่วยละ 7 บาท ส่วนค่าน้ำหน่วยละ 20 บาท เฉลี่ยแล้วจะจ่ายเดือนละประมาณ 100 บาทขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม มองว่าการประกาศควบคุมค่าน้ำค่าไฟไม่ให้เกินราคาถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อผู้เช่า เช่นเดียวกับคอนโดมิเนียมที่คิดค่าน้ำค่าไฟตามราคาที่หน่วยงานรัฐกำหนด และยังมีการดูแลที่ดี

การปรับถือเป็นสิ่งที่ดี บางครั้งก็คิดว่าจะเอากำไรอะไรนักหนาในเมื่อเป็นไฟของรัฐบาล เหมือนเป็นการเก็งกำไรอีกรอบหนึ่ง ค่าเช่าหอก็จ่ายแล้ว ไม่ได้เช่าไฟ เช่าน้ำสักหน่อย และเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคควรจะถูกเก็บในราคาที่รัฐกำหนดมาเลยในราคาที่เท่ากัน การขึ้นราคาถือเป็นการเอาเปรียบคนที่อยู่อาศัยที่ไม่มีทางเลือกที่จะปฏิเสธ ทุกๆ หอจะมีเงื่อนไข สัญญาที่เซ็นไปแล้ว หากไม่ทำตามอาจจะผิดกฎหมายหรือโดนเรียกฟ้องได้ ประกาศที่กำลังจะบังคับใช้ หากไม่มีเจ้าหน้าที่มาตรวจหรือมีการร้องเรียน เชื่อว่าก็คงมีการเรียกเก็บเหมือนเดิมŽ นายวสันต์กล่าว

ขณะที่ น.ส.ทิพย์สุดา มะสิทธิ์ ผู้ใช้บริการหอพัก จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หอพักที่อยู่นั้นคิดค่าไฟฟ้าหน่วยละ 7 บาท บางหอพักเก็บ 8 บาท ส่วนค่าน้ำหอพักส่วนใหญ่จะคิดในรูปแบบเหมาจ่าย ไม่คิดตามมิเตอร์ ใน จ.เชียงใหม่น้ำไม่พอใช้ ไม่ว่าจะใช้เท่าใดก็เก็บในราคา 200 บาทต่อเดือนต่อคน แพงมาก แต่หอพักก็จะได้กำไรจากส่วนต่างตรงนี้ ในความเป็นจริงมองว่าคนหนึ่งคนจะใช้น้ำไม่เกิน 90 บาทต่อเดือน หากคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเตรียมประกาศควบคุมอัตราค่าน้ำค่าไฟนั้น ส่วนตัวมองว่าหอพักเก็บในราคาที่เกินอยู่แล้ว และคงไม่ปรับลดลงตามประกาศใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้

ไม่มีใครมานั่งตรวจสอบว่าหอนี้เก็บกี่บาท หอพักทุกวันนี้ก็เก็บในราคาเกินกันหมด ต่อให้มีประกาศบังคับถ้าไม่เข้มข้น ไม่มีการมาตรวจทุกคนจะยังเก็บเท่าเดิม คือยังจ่ายแพง แต่ถ้ามีการมาตรวจ ก็เป็นเรื่องยากที่จะให้หน่วยงานของรัฐมาตรวจสอบทุกหอพักทั้งประเทศ เพราะหอพักมีจำนวนมากกว่าที่เจ้าหน้าที่รัฐจะมาตรวจสอบ และเป็นไปไม่ได้ที่จะบังคับหอพักให้เก็บตามนั้น หอพักก็จ่ายจริงตามการไฟฟ้าเก็บ แต่การเรียกเก็บผู้เข้าพักอาศัยเป็นคนละบิลกัน เวลาออกบิลให้เขาก็จะบวกเพิ่ม หากบังคับใช้ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันจะเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ในทางปฏิบัติผู้ประกอบการหอพักย่อมมีช่องทางหลีกเลี่ยงได้แน่

และห่วงว่าหากมีคนร้องเรียนว่าหอพักเก็บเกินกว่าประกาศกำหนดไว้ ให้มีคนมาตรวจสอบก็อาจเป็นเหตุให้เจ้าของหอพักไล่ผู้ร้องเรียนออกจากหอได้Ž น.ส.ทิพย์สุดากล่าว
ส่วนการกำหนดเรียกเก็บค่าเช่าล่วงหน้าแค่ 1 เดือน ตามประกาศใหม่นั้น น.ส.ทิพย์สุดาระบุว่า อาจจะเป็นไปตามที่จะประกาศได้ เพราะในส่วนของหอพักที่ต้นอาศัยอยู่ก็เก็บค่าเช่าล่วงหน้าแค่ 1 เดือน แต่บางทีอาจเก็บ 2-3 เดือน หรือ 5,000 บาท

สุดท้ายแล้วการยกเครื่องแก้ไขปัญหาค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้าของหอพักที่แพงเกินจริงจะแก้ไขได้ จริงจังเพียงใด คงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon