วท.ชู “กรุงเทพฯ เมืองแห่งสตาร์ตอัพ”- “สุวิทย์” พานักข่าวขึ้นบีทีเอส ชมพื้นที่สร้างกำลังคนกลางกรุง

วท.ชู “กรุงเทพฯ เมืองแห่งสตาร์ตอัพ” ศูนย์กลางพื้นที่นวัตกรรมธุรกิจคนรุ่นใหม่ สุวิทย์พานักข่าวขึ้นบีทีเอส ชมพื้นที่สร้างกำลังคนกลางกรุง เตรียมผุดย่านนวัตกรรมโยธี ปทุมวัน คลองสาน รัตนโกสินทร์ กล้วยน้ำไท ลาดกระบัง ปุณณวิถีและบางซื่อ ดึง 10 บริษัทดังปั้น 5 พันสตาร์ตอัพ โกอินเตอร์

เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) พร้อมผู้บริหารสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจความพร้อมในการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัพของ วท.ที่ สนช.ให้การสนับสนุนใน 3 จุดสำคัญ ประกอบด้วย พื้นที่ในการสร้างกำลังคนสู่ธุรกิจสตาร์ตอัพ “เคเอ็กซ์” (KX) มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ศูนย์บ่มเพาะเพื่อเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ตอัพ “ทรู อินคิวบ์” (True Incube) และพื้นที่สร้างเครือข่ายสตาร์ตอัพ “วีโคซิสเต็ม” (Wecosystem) เพื่อส่งเสริมกรุงเทพฯให้เป็นเมืองแห่งการเริ่มต้นของธุรกิจสตาร์ตอัพ

โดยจุดแรกนายสุวิทย์ได้ไปชมพื้นที่ในการสร้างกำลังคนสู่ธุรกิจสตาร์ตอัพ “เคเอ็กซ์” มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่ง มจธ.เป็น 1 ใน 30 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่ร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อสร้างภาวะความเป็นผู้ประกอบการ และเป็นศูนย์การพัฒนาแนวความคิดสู่ธุรกิจนวัตกรรมรายใหม่ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพนักศึกษา อาจารย์ บุคลากรของมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย ให้มีทักษะในการประกอบธุรกิจสตาร์ตอัพหรือธุรกิจนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และสร้างมหาวิทยาลัยให้เป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ ทั้งนี้ มีเป้าหมายคือการนำความรู้และนวัตกรรมไปใช้งานจริงในการทำธุรกิจสตาร์ตอัพ

จากนั้นนายสุวิทย์ได้นำสื่อมวลชนขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสจากสถานีวงเวียนใหญ่ไปสู่สถานีสยามสแควร์ เยี่ยมชมศูนย์บ่มเพาะเพื่อเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ตอัพ “ทรู อินคิวบ์” ซึ่งศูนย์บ่มเพาะแห่งนี้ เป็นผู้นำด้านสตาร์ตอัพที่ครบวงจรที่สุดในการให้บริการและส่งเสริมสตาร์ตอัพไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลกด้วยระบบนิเวศระดับภูมิภาคในการส่งเสริมนวัตกรรมและธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ทั้งการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างนวัตกรรม บ่มเพาะธุรกิจ และการลงทุน

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์

ต่อมานายสุวิทย์ได้นำคณะไปยังจุดที่สามคือพื้นที่สร้างเครือข่ายสตาร์ตอัพ “วีโคซิสเต็ม” พื้นที่สร้างวัฒนธรรมใหม่การดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ โดยได้นำแนวคิดการสร้างผู้ประกอบการจากหลักสูตรต่างๆ ของสถาบันการศึกษาทั่วโลกรวบรวมมาจัดการสอนในรูปแบบการฝึกอบรม เพื่อสร้างไอเดียใหม่ให้ผู้ประกอบการให้สามารถปรับกระบวนการคิด การออกแบบ การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี และเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมต่อการทำธุรกิจ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ธุรกิจถูกทำลายด้วยเทคโนโลยี โดยกลุ่มเป้าหมายของวีโคซิสเต็มได้แก่ ผู้ประกอบการทุกกลุ่ม ทั้งสตาร์ตอัพ เอสเอ็มอี และนักวิจัย รวมถึงนักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการที่รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

รัฐมนตรี วท.ให้สัมภาษณ์ว่า ทั้ง 3 จุด คือ เคเอ็กซ์ มจธ.ศูนย์บ่มเพาะเพื่อเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ตอัพ ทรู อินคิวบ์ และพื้นที่สร้างเครือข่ายสตาร์ตอัพ วีโคซิสเต็มถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศและจุดเริ่มต้นในการผลักดันให้กรุงเทพฯเป็นเมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ตอัพ เนื่องจาก กรุงเทพฯถือเป็นอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับชาวสตาร์ตอัพในเอเชีย และเป็นอันดับ 7 ของโลกเพราะมีตัวเลขของการเติบโตของธุรกิจสตาร์ตอัพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรุงเทพฯ ได้รับความสนใจในกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) และในกลุ่มอื่นๆ ด้วย ซึ่งทำให้กรุงเทพฯกลายเป็นศูนย์กลางที่เหมาะสมสำหรับการผลักดันธุรกิจดังกล่าวสู่ภูมิภาคอาเซียนไปพร้อมกับประชากรจำนวนมหาศาลและการเติบโตของชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยย่านนวัตกรรมของกรุงเทพฯ ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจะผลักดันให้เป็นเมืองแห่งการเริ่มต้นสตาร์ตอัพ อาทิ โยธี ปทุมวัน คลองสาน รัตนโกสินทร์ กล้วยน้ำไท ลาดกระบัง ปุณณวิถีและบางซื่อ จากนั้นจะขยายไปสู่ย่านนวัตกรรมในแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกอีก 4 ย่าน ได้แก่ บางแสน ศรีราชา พัทยา อู่ตะเภา-บ้านฉาง ก่อนจะขยายไปสู่กลุ่มเครือข่ายย่านนวัตกรรมภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต และฉะเชิงเทรา

นายสุวิทย์กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ประกอบการสตาร์ตอัพขณะนี้มีประมาณ 8 พันราย โดยจะยกระดับสตาร์ตอัพ 5 พันรายปั้นให้เป็นกองทัพแห่งเศรษฐกิจอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ขณะนี้กระทรวงได้ประสานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก 10 ราย อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท เบทาโกร จำกัด บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด บริษัท ปตท.จำกัด เป็นต้น ให้ร่วมขับเคลื่อนสตาร์ตอัพไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกต่อไป

บทความก่อนหน้านี้“เออีซี” เตือนนักลงทุน หุ้นเข้าสู่ภาวะตึงตัวหลังดีดขึ้นมา 300 จุด แนะ 3 กลยุทธ์เก็บหุ้นเด็ดเข้าพอร์ต
บทความถัดไปนำตัวผู้ต้องหา 2 คนที่ขับรถไล่ฆ่า นทท.อิสราเอล ส่งพนักงานสอบสวนสอบปากคำที่เกาะสมุย