พิพิธภัณฑ์พระรามเก้าคืบหน้า ร้อยละ 90 เตรียมเปิดกลางปี 62

เมื่อวันนที่ 24 เมษายน นายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระมรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า โครงการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ 5 ธันวาคม 2550 รวมถึงเข้าเยี่ยมน้องชาวมุสลิม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) อ.คลองหลวง จ.ปทุมธาณี โดยมี ผศ.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการ อพวช.และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

นายสุวิทย์ กล่าวว่า โครงการพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า เป็นโครงการสำคัญและเป็นแหล่งเรียนรู้ของประเทศที่นำหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มานำเสนอเพื่อแสดงให้เห็นถึงหลักการคิด วิธีการทรงงานและกระบวนการค้นหาคำตอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของพระองค์ เธอเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกขณะนี้การก่อสร้างมีการดำเนินไปพร้อมพร้อมกัน 2 ส่วนส่วนแรกคือ อาคารสถานที่ตั้ง มีความคืบหน้ามากกว่าร้อยละ 90 และส่วนที่ 2 นิทรรศการ แบ่งเป็น 3 ส่วนประกอบด้วย 1. บ้านของเรา นำเสนอการก่อกำเนิดจักรวาล ระบบสุริยะและโลก วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจนถึงกำเนิดมนุษย์ 2. ชีวิตของเรา นำเสนอสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวของมนุษย์ให้เข้ากับระบบนิเวศ และ 3. พระราชาของเรา ซึ่งเป็นหัวใจหลักของพิพิธภัณฑ์นำเสนอหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีความคืบหน้าร้อยละ 88 ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์พระรามเก้าคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์เปิดให้คนไทยเข้าชมได้ประมาณกลางปี 2562 รองรับผู้เข้าชมได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1 ล้านคน

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า มีสถานที่ตั้งบริเวณเดียวกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา และพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ ทางอพสวช. จะมีการปรับปรุงหรือยกระดับการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ที่ดำเนินการอยู่ทั้งหมด เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตและมีเนื้อหาสาระของนิทรรศการที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมทั้งสอดคล้องกับนโยบาย “วิทย์สร้างคน” และใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

ด้าน ผศ.รวิน กล่าวว่า อพวช. มีความคาดหวังว่าพิพิธภัณฑ์พระรามเก้าจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ อพวช. โดยเป็นแหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่และตอบโจทย์ผู้เข้ามาใช้บริการมากยิ่งขึ้น รวมถึงจะขยายฐานกลุ่มลูกค้าสู่กลุ่มนักท่องเที่ยว ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ ทั้งนี้ อพวช. กำลังประสานงานกับระบบขนส่งมวลชนเพื่อพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางรวมทั้งการเข้ามาร่วมให้บริการจาก ขสมก. ส่วนในระยะยาวจะได้หารือกับ สนข. เพื่อพัฒนาระบบรางสายรอง เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายหลักต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศาลตัดสินจำคุก25ปี ปรับ 7.5แสน“นาแส แสขื่อ”รับสารภาพเจ้าของยาบ้าในรถ“ชัยภูมิ ป่าแส”
บทความถัดไปวิเคราะห์ ‘พระนาม’ พระโอรสองค์ใหม่เจ้าชายวิลเลียม พระนามไหน ‘มาแรง’