เครือข่ายแรงงานรำลึก25ปี ‘เคเดอร์’ ยื่น13ข้อจี้รัฐปฎิรูปความปลอดภัยในการทำงาน

นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เปิดเผยว่า เนื่องในวันความปลอดภัยแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคมของทุกปี คสรท.ได้ร่วมกับสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมรำลึกถึง 25 ปี เหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานผลิตตุ๊กตาของบริษัท เคเดอร์อินดัสเตรียล ไทยแลนด์ อ.สามพราน จ.นครปฐม ที่ส่งผลให้มีคนงานเสียชีวิต 188 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 469 คน ที่พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย กระทรวงแรงงาน สำหรับปีนี้ได้เตรียมข้อเสนอของเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน รวม 13 ข้อ ยื่นต่อ รัฐบาล และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อเร่งรัดให้ปฏิรูปเรื่องความปลอดภัยอย่างจริงจังภายใต้การมีส่วนร่วมขององค์กรเครือข่ายของผู้ใช้แรงงานด้วย

นายสาวิทย์ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอ ประกอบด้วย 1.ขอให้ผู้เจ็บป่วยสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล เจ็บป่วย/บาดเจ็บจากการงาน จนกว่าแพทย์จะสิ้นสุดการรักษา/ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะมีประกาศปี 2558 ให้เบิกได้ถึง 2 ล้านบาท แต่เข้าถึงสิทธิได้ยาก 2.ให้รัฐออกนโยบาย แนวปฏิบัติ หรือกฎกระทรวงให้ชัดเจน ห้ามไม่ให้สถานประกอบการเบี่ยงเบนให้คนงานที่บาดเจ็บและเจ็บป่วยจากการทำงานไปใช้สิทธิอื่น เช่น ประกันสุขภาพหมู่ หรือ รักษาเอกชนโดยไม่ระบุว่าเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน มีบทลงโทษกรณีสถานประกอบการไม่ส่งเรื่องแจ้งคนงานบาดเจ็บและเจ็บป่วยจากการทำงาน เข้ากองทุนเงินทดแทน 3.การประเมินการสูญเสียสิ้นสุดการรักษาต้องให้คนงานรักษาให้ถึงที่สุดจนหายดี และเงินประเมิน ต้องทดแทนให้คนงานที่สูญเสียอวัยวะ อยู่ได้อย่างไม่ลำบากตลอดชีพ

นายสาวิทย์ กล่าวว่า 4.ขอให้ คสรท.หรือผู้แทนเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการแพทย์ หรือ คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน 5.ให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์ สร้างจิตสำนึก ให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยเนื่องใน “วันความปลอดภัยแห่งชาติ” ทุกปี เฉกเช่นเดียวกับวันแรงงานแห่งชาติ โดยพิจารณาจัดสรรให้แก่องค์กรของคนงานที่มีการทำงานและผลงานอย่างต่อเนื่อง 6.ให้คสรท.หรือผู้แทนเข้าเป็นคณะกรรมการ(บอร์ด)สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน อย่างน้อย 1 คน ในฐานะองค์กรผลักดัน 7.ขอให้รัฐยกเลิกการใช้แร่ใยหินทุกรูปแบบ 8.ขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ พร้อมทั้งบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือให้แก่สถาบันความปลอดภัยฯ และบริหารจัดการให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีคุณธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม มีความโปร่งใส มีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ มีความรับผิดชอบในภารกิจเข้มงวด ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ทั้งในเรื่อง การให้ความรู้ การป้องกัน การรักษา การเยียวยาและการฟื้นฟู เพื่อให้คนที่ประสบเหตุสามารถดำเนินชีวิตในสังคมต่อไปได้ รวมทั้งการบริหารการจัดการ ขอให้ คสรท.หรือผู้แทนเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารและการตัดสินใจ

นายสาวิทย์ กล่าวอีกว่า การตรวจสุขภาพประจำปีให้มีการตรวจแบบอาชีวเวชศาสตร์และต้องตรวจทุกคน แจ้งผลให้คนงานทราบ โดยมีสมุดพกประจำตัวการตรวจสุขภาพให้ลูกจ้างทุกคน 10.ให้รัฐตรวจสอบสถานประกอบการทุกแห่ง ให้มีนโยบายปลอดภัย และมีคนปฎิบัติงานด้านความปลอดภัยอย่างจริงจังและมีส่วนร่วมจากคนงานในสถานประกอบการนั้น โดยให้คณะกรรมการความปลอดภัยมาจากองค์กรของลูกจ้าง หากสถานประกอบการใดไม่มี ให้คนงานเลือกตั้งกันเอง 11.ขอให้รัฐเร่งออกกฏหมายโรคจากการประกอบอาชีพ 12.ขอให้รัฐจัดให้มีคลินิกวินิจฉัย รักษาโรคจากการทำงาน ทุกพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีระดับมาตรฐานเท่าเทียมกัน สามารถวินิจฉัยโรคได้ ที่สำคัญเมื่อวินิจฉัยคนงานว่าเจ็บป่วย/บาดเจ็บจากการทำงานแล้ว คณะกรรมการแพทย์ต้องยึดเป็นเกณฑ์ในการให้สิทธิกองทุนเงินทดแทน และ 13.ขอให้มีแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อมประจำทุกโรงพยาบาล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ช็อตต่อช็อต เทียบภาพ ‘ป้อมมหากาฬ’ ก่อน-หลัง ล่มสลาย จากชุมชนสู่ซากปรักหักพัง
บทความถัดไปคืนชีพ!! กู้ระบบทีแคสแล้ว หลัง 4 หมื่นคนแห่สมัครเวลาเดียวกันจนล่ม