เอ็นจีโอร้องสธ.เอาผิดบ.เบียร์ยักษ์ใหญ่ โฆษณาผ่านเฟซบุ๊ก

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม  ที่กระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา นำโดยนายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอให้มีการพิจารณาเอาผิดบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยักษ์ใหญ่ โฆษณาเบียร์ ที่เพิ่งมีการเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ผ่านเพจดัง เข้าข่ายผิดเรื่องการโฆษณาตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยมีนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นผู้รับมอบหนังสือ

นายคำรณ กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังติดตามการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะนี้พบว่ามีการหันมาใช้ช่องทางสื่อออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายที่ห้ามโฆษณาทางโทรทัศน์ ล่าสุด พบว่าเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทเบียร์ยักษ์ใหญ่ ได้จัดทำโฆษณาเบียร์ที่เห็นทั้งขวด ทั้งยี่ห้อ มีการแจกของพรีเมี่ยม ของรางวัลต่างๆ  และเผยแพร่ทางเพจเฟซบุ๊ก “ขี้เมาล่าเรื่อง” ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 3 แสนคน นอกจากนี้ยังเผยแพร่ในเพจ “แดกเหล้า เมาเบียร์ เพลียไวน์” มีผู้ติดตาม 1.8 แสนคน โดยพบว่าหลังมีการเผยแพร่โฆษณาดังกล่าวมีคนกดถูกใจ และแชร์ข้อมูลต่อจำนวนมาก จากพฤติการณ์นี้ทางเครือข่ายมองว่าเป็นทำผิดมาตรา 32 เรื่องการโฆษณาอย่างชัดเจน และผิดมาตรา 30 (5) เรื่องการส่งเสริมการขายด้วย ดังนั้นขอเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งพิจารณาเอาผิดบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดังกล่าว ขอให้แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบว่าการกดแชร์ กดถูกใจ อาจจะเข้าข่ายโฆษณาด้วย และปรับปรุงกฎหมายให้ครอบคลุมการโฆษณา การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์ด้วย

“จะเห็นว่าที่ผ่านมาขนาดกลุ่มศิลปินดาราคาที่เคยโพสต์ขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของอีกยี่ห้อหนึ่งลงในอินสตราแกรมส่วนตัวนั้น ยังมีความผิด ส่วนอันใหม่นี้ยิ่งกว่าอีกเพราะเป็นรูปแบบของการโฆษณาอย่างชัดเจน 100% เพราะมีการโชว์ขวด โชว์ถ้อยคำเชิญชวนชัดเจนซึ่งกฎหมายบอกว่าแบบนี้ทำไม่ได้ แต่เขาเลี่ยงโดยเปลี่ยนจากการโฆษณาทางทีวีมาเป็นการโฆษณาทางออนไลน์แทน และที่จริงน่าจะถือว่าผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ด้วยเพราะเอาข้อมูลที่ผิดกฎหมายมาโฆษณาต่อ แล้วเพจที่เอามาลงนั้นเราก็คิดว่าน่าจะเป็นเพจของบริษัทเองหรือไม่ เพราะพบว่ามีลิ้งค์เชื่อมโยงเข้าไปที่เว็บไซต์ของบริษัทโดยตรง ดังนั้นขอให้แก้กฎหมายคุมทั้งการโฆษณาออนไลน์ และการขายแบบเดลิเวอรี่” นายคำรณ กล่าว

ด้าน นพ.โอภาส กล่าวว่า ตนจะรับเรื่องนี้เพื่อส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป ทั้งเรื่องการโฆษณา การปรับปรุงกฎหมาย ก็มีคณะกรรมการพิจารณาอยู่ รวมถึงกรณีประชาชนกดไลค์ กดแชร์ อาจจะเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ต้องดูเจตนา แต่ก็อยากจะเตือนประชาชนว่าหากไม่มั่นใจข้อมูลที่อยู่ในโซเชียลฯ โดยเฉพาะอะไรที่เป็นคุณเป็นโทษต่อสังคมก็ไม่ควรแชร์ต่อ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“สุเทพ”ย้ำ ไม่ลงเลือกตั้ง ไม่รับตำแหน่งในรบ. แต่ยินดีช่วยพรรคอุดมการณ์เดียวกัน
บทความถัดไปทปอ.ออกแถลงการณ์ จี้ ทบทวนระเบียบกค.ห่วงมหา’ลัยจ้างงานลำบาก