ปรากฎการณ์ ‘เลสเตอร์’ แชมป์พรีเมียร์ลีก ชัยชนะของ ‘คิง เพาเวอร์’ ต่อยอดแบรนด์ไทย(คลิป)

มติชน สมาร์ทบิซ 4 พ.ค.2559

ในที่สุดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งเป็นลีกที่ได้รับความนิยมสูงสุด มีการต่อสู้ที่เข้มข้นมากที่สุด ก็ได้แชมป์ประจำฤดูกาล 2015-2016 เรียบร้อยแล้วนั่นคือ ทีม เลสเตอร์ ซิตี้

เป็นทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ตอนเปิดฤดูกาล มีอัตราต่อรองการเป็นแชมป์ลีกที่ 5,000 ต่อ 1 หรือ แทง 1 ได้ 5,000

เป็นทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ที่มีงบประมาณการสร้างทีมน้อยนิด เมื่อเทียบกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เชลซี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แต่สุดท้าย ทีมรองบ่อน ทีมม้ามืดทีมนี้สร้างเทพนิยายที่เหลือเชื่อสำเร็จ สร้างความสุขและปลื้มใจให้กับชาวเมืองเลสเตอร์ รวมไปถึงคนไทย เนื่องเพราะเจ้าของทีมก็คือ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของธุรกิจดิวตี้ฟรี “คิงส์ เพาเวอร์” ที่ติดโลโก้อยู่บนหน้าอกเสื้อผู้เล่นเลสเตอร์ นั่นเอง

วิชัย ศรีวัฒนประภา ตัดสินใจใช้เงินประมาณ 40 ล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 2 พันกว่าล้านบาท ซื้อหุ้นจนได้เป็นเจ้าของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2010 ซึ่งตอนนั้นยังเล่นอยู่ในระดับแชมเปี้ยนชิพ ค่อยๆ สร้างทีมจนแข็งแกร่ง เลื่อนชั้นมาเล่นลีกสูงสุดของอังกฤษได้ในปี 2014-2015

กระทั่งฤดูกาลล่าสุด เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ผู้จัดการทีมคนใหม่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ มาคุมทีม โดยมี อัยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา บุตรชายของวิชัย เข้ามาร่วมวางแนวทาง
อัยวัฒน์เคยให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงปัจจัยความสำเร็จของเลสเตอร์ในปีนี้ว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ ใส่ใจในทุกรายละเอียด เมื่อบวกเข้ากับความทุ่มเทของนักเตะ ทำให้ทีมเดินหน้าเก็บชัยชนะ ทะลุเป้าที่วางไว้ว่าจะไม่ตกชั้น จนกลายเป็นคว้าแชมป์ได้อย่างเหลือเชื่อ

จากที่ไม่เคยถูกมองอยู่ในสายตา วันนี้นักวิเคราะห์ในแวดวงธุรกิจกีฬาต่างยกให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จและสร้างมูลค่าให้กับทีมเพิ่มขึ้นมหาศาล หรือไม่น้อยกว่า 300 ล้านปอนด์ในเวลานี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยตลาดกีฬาโลกยังคาดการณ์อีกว่า เลสเตอร์ซิตี้จะสร้างรายได้อีกไม่น้อยกว่า 150 ล้านปอนด์ หลังจากคว้าแชมป์ ซึ่งจะมีทั้งเงินรางวัล ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์รายใหม่ๆ รวมไปถึงส่วนแบ่งที่จะได้จากการได้เข้าร่วมรายการฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

และยังทำให้แบรนด์ “คิง เพาเวอร์” ของวิชัย ศรีวัฒนประภา ได้ประโยชน์มหาศาล สร้างการรับรู้ไปทั่วโลก ทั้งที่เป็นชื่อสนาม “คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม” โลโก้บนหน้าอกเสื้อทีม ฯลฯ

ขณะเดียวกัน แบรนด์ไทยที่ติดสินใจร่วมเป็นสปอนเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น บุญรอดฯ เจ้าของแบรนด์เบียร์สิงห์, ธนาคารไทยพาณิชย์ รวมถึง ททท. หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ต่างถูกรางวัลแจ็กพ็อตไปด้วย

ทั้งนี้ยังไม่นับรวมการกลับมาทำกิจกรรมการตลาด ต่อยอด ขยายผลในประเทศไทยอีกหลากหลายรูปแบบ ถือเป็นความสำเร็จของสโมสรฟุตบอลขนาดเล็ก ที่สร้างปรากฏการณ์พลิกล็อกแบบดังไปทั่วโลก ซึ่งทั้ง คิง เพาเวอร์ และแบรนด์ไทยได้โอกาสทองในการเป็นสปอนเซอร์ ต้องหาทางต่อยอด ขยายผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เร่งกู้รถขนน้ำมันพลิกคว่ำ หลังเสียหลักลงข้างทางเส้น 304
บทความถัดไปพณ.เล็งจัดลดค่าครองชีพ ช่วยคนรายได้ต่ำกว่า1.5หมื่นบาท