ทำไมดีแทคดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้าร่วมงาน?(คลิป)

มติชน สมาร์ทบิซ วันที่ 31 ต.ค.2559

นอกจากประสบการณ์กว่า 25 ปีบนเส้นทางในการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศไทย ดีแทคยังเป็นองค์กรที่ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและกระแสสังคมโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากยุคเริ่มต้นในการใช้โทรศัพท์มือถือแบบโมบายโฟน มาสู่สมาร์ทโฟน และช่วงเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบของวอยซ์ ดาต้า มาสู่โลกของดิจิทัล ที่เสียงไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในโลกของโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อีกต่อไป ดีแทคเองก็ต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของบุคลากรที่จะมาสนับสนุนสายงานดิจิทัลที่เกิดขึ้น

คุณนาฏฤดี อาจหาญวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร People Group ของ dtac ระบุว่า จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้า ส่งผลให้เกิดกลุ่มอาชีพใหม่ๆ ที่มาสนับสนุนสายงานดิจิทัลขึ้น ขณะที่บุคลากรที่มีอยู่แล้วก็ต้องปรับตัวให้มีความพร้อมเช่นกัน

“ในยุคดิจิทัลจะมีอาชีพใหม่ๆ ทักษะใหม่ๆ เกิดขึ้น อย่างเช่นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของดิจทัล คือพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป เราต้องการคนที่จะมาวิเคราะห์ข้อมูลว่าลูกค้ามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างไร ฉะนั้นอาชีพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นก็จะเป็นกลุ่ม digital customer centric journey ที่เป็นกลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า รวมถึงกลุ่ม data analytics และ data security นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่ม talent acquisition ด้วย ซึ่งในตลาดแรงงานขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญในด้านเหล่านี้อยู่จำกัดและไม่ได้มีการสร้างบุคลากรเหล่านี้ขึ้นมาต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการแย่งตัวกันเกิดขึ้นขณะที่ในส่วนของคนที่เรามีอยู่จะทำยังไงให้เขามีความพร้อมไปสู่สิ่งที่บริษัทต้องการจะเป็น ก็ต้องมีการปรับทัศนคติให้ทุกคนมี Digital Mindset ซึ่งก็ทำได้โดยการสื่อสารกันภายในผ่านการอบรมเพิ่มศักยภาพให้มีความพร้อม รวมถึงเวลาเปิดรับพนักงานใหม่ ก็ต้องหาคนที่มีความพร้อมที่มีความรู้ในเรื่องดิจิทัลอยู่แล้วบ้าง หรือมีวิธีคิดที่เกี่ยวกับธุรกิจในอนาคต”

แต่ด้วยจุดแข็งขององค์กรในเรื่องวัฒนธรรมภายใน รวมถึงบรรยากาศในการทำงานที่สนับสนุนให้บุคลากรทุกคนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้ดีแทคยังเป็น 1 ใน 10 องค์กรที่คนไทยอยากเข้าทำงานมากที่สุด จากการเปิดเผยของบริษัท จ๊อบส์ดีบี (ประเทศไทย)

“ดีแทค เป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วยอยู่แล้ว เพราะการเป็น 1 ใน 10 บริษัทที่น่าทำงานด้วยคงไม่ได้สร้างได้ภายในวันเดียว ก็เป็นพื้นฐานที่ดีมาตั้งแต่ก่อน ดีแทคมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ด้วยการมีความรักองค์กร รักเพื่อนร่วมงาน เราทำงานด้วยกันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน เวลาที่มีเพื่อนร่วมงานใหม่มาจะรู้สึกถึงความเป็นกันเอง จะรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับว่าไม่ได้มาทำงาน” คุณนาฏฤดีอธิบายถึงที่มาของเรื่องดังกล่าว

นอกจากนี้คุณนาฏฤดีกล่าวว่า อีกประการหนึ่งที่สำคัญ คือเรื่องของความสะดวกสบายในทุกๆ ด้านแก่พนักงาน “สำนักงานใหญ่ของเราได้รับการจัดเป็นสำนักงานที่น่าทำงานที่สุดติดอันดับของโลก พนักงานสามารถทำงานที่แผนกตัวเองหรือข้ามแผนกก็ได้ เรามีพื้นที่ที่จัดให้คุยกันหลายแห่ง ซึ่งเป็นความยืดหยุ่นที่มีให้ รวมทั้งมีการดูแลในเรื่องสวัสดิการต่างๆ เช่นเรื่องของสุขภาพ ที่เราทำชั้น 38 ของสำนักงานให้เป็นที่พนักงานมาออกกำลังกายเพื่อให้คลายเครียดได้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราสนับสนุนให้พนักงานมาทำงานแล้วรู้สึกสนุก สบายใจและเต็มที่กับงาน”

โลกยุคดิจิทัล ที่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นและผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ ซึ่งความยืดหยุ่นและมีอิสระในการทำงานจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น ดังเช่น ดีแทค ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อการคิดสร้างสรรค์ผลงานของบุคลากรที่มีคุณภาพ ทำให้ดีแทคกลายเป็นหนึ่งในองค์กรที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้อยากเข้ามาร่วมงานด้วย

ดังคำกล่าวที่ว่า “dtac as a cool place to work”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon