‘นิพิฏฐ์’แนะ ‘บิ๊กป้อม’ วางใจเป็นกลางไม่เลือกปฏิบัติ

30.06.18 | 14:36 น.

‘นิพิฏฐ์’แนะ ‘บิ๊กป้อม’ วางใจเป็นกลางไม่เลือกปฏิบัติ เหตุจะสร้างความขัดแย้ง เหน็บอยู่มานานจนคิดว่าความมั่นคงของตัวเองคือความมั่นคงของชาติ ลั่น แม้มาจากการยึดอำนาจก็ถูกวิจารณ์ได้

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าการเดินสายพูดคุยของกลุ่มสามมิตรเพื่อดึงอดีต ส.ส.เข้าร่วมสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ไม่ขัดต่อคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 เรื่องการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน เพราะกลุ่มสามมิตรไม่ได้คุยเรื่องการเมือง ว่า เวลานักการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปหรือแม้แต่ 2 คนไปนั่งกินกาแฟกัน เขาไม่ได้พูดกันว่าเมื่อเช้าคุณกินข้าวกับอะไรหรอก เขาคุยกันเรื่องการเมืองทั้งนั้น และตนไม่แน่ใจว่ากลุ่มสามมิตรมั่นใจว่าพวกเขาจะได้เป็นรัฐบาลต่อไปหรือไม่ แต่พวกเขามั่นใจว่าในขณะนี้กลุ่มคนที่เขาสนับสนุนคือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดที่สามารถดูแลคุ้มครองเขาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือมีอำนาจตามมาตรา 44 ซึ่งเท่ากับมี 3 อำนาจอยู่ในมือ คือ อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ ดังนั้น เขาจึงไม่กลัว อย่างไรก็ดี ตนคิดว่า พล.อ.ประวิตรต้องพยายามเดินสายกลาง คือการไม่เลือกปฏิบัติหรือที่ใช้คำว่าสองมาตรฐาน เพราะจะกลายเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งเช่นที่เกิดขึ้นในอดีต

“เมื่อหย่อนให้กับคนหนึ่ง ก็ควรหย่อนให้กับอีกคน เมื่อตึงให้กับคนหนึ่ง ก็ต้องตึงให้กับอีกคนด้วย ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ได้ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งทำอะไรไม่ได้เลย ความวุ่นวายในประเทศเกิดจากสิ่งนี้ เพราะคนกลุ่มหนึ่งคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม ดังนั้น พล.อ.ประวิตรควรวางใจเป็นกลาง และคิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ได้ทำในแบบเดียวกันกับกลุ่มการเมืองทุกกลุ่มหรือไม่” นายนิพิฏฐ์กล่าว

เมื่อถามว่า การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลควรเป็นเรื่องที่สามารถทำได้หรือไม่ เนื่องจาก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พรรคการเมือง ดำเนินกิจกรรมได้ แต่ต้องไม่ด่ารัฐบาล นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ทำได้ทั้งนั้น แม้คนที่มาจากการยึดอำนาจก็ไม่มีข้ออ้างว่าจะถูกวิจารณ์ไม่ได้ ตนไมเคยเห็นประกาศหรือคำสั่งฉบับใดที่บอกว่าห้ามวิจารณ์คนที่มาจากการยึดอำนาจ เว้นแต่ถ้าการวิจารณ์นั้นจะทำให้ผู้ถูกวิจารณ์เสียหาย ซึ่งจะเป็นเรื่องการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาที่ผู้ถูกหมิ่นประมาทสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายในเรื่องนี้ได้ และหมายความว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ

“ต้องทำความเข้าใจว่าการพูดคุยกันแล้วขัดกับความมั่นคง เป็นความมั่นคงของใคร เป็นความมั่นคงของรัฐบาลหรือของคนในรัฐบาล เวลาอยู่ในอำนาจนานๆคนที่อยู่ในระบอบนี้อาจเข้าใจว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง เป็นผู้รับผิดชอบเพียงผู้เดียว ดังนั้น ถ้าอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองก็เท่ากับสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับประเทศ เพราะเชื่อว่าความมั่นคงของตัวเองคือความมั่นคงของชาติ” นายนิพิฏฐ์ฏล่าว

Advertisement