ชาวนาน้ำท่วมพอใจรับเยียวยา-เผยแม้เสียหายแต่อย่างน้อยก็ได้ช่วยเด็ก

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม ชาวนาบ้านหนองอ้อ หมู่ 2 ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเนื่องจากการระบายออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อให้การช่วยเหลือเยาวชนจำนวน 13 ชีวิต นักฟุตบอลทีมทีน ทอล์ค (หมูป่า) อะคาเดมี่ แม่สาย ซึ่งติดภายในถ้ำ เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา เข้ามาลงชื่อกับผู้นำชุมชนเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยพบว่าล่าสุดระดับน้ำที่ท่วมเริ่มคลี่คลายแล้ว เนื่องจากการพร่องน้ำจากบริเวณขุนน้ำนางนอนและถ้ำหลวงติดต่อกันนานกว่า 5 วัน ทำให้น้ำเหลือน้อยเป็นที่น่าพอใจจึงหยุดการระบายมาเพิ่ม ประกอบทางกรมชลประทานได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาช่วยสูบน้ำในนาข้าวให้ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติท้ายน้ำ ทำให้น้ำระบายได้เร็วขึ้น ทำให้เหลือพื้นที่ลุ่มบางส่วนเท่านั้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง

นางศรีจันทร์ อุปคำ อายุ 56 ปี บ้านหนองอ้อ ม.2 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย หนึ่งในชาวนาที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า นาข้าวของตนที่ปลูกไว้ 17 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด แต่ก็ไม่เสียใจเพราะสงสารเด็กๆ คิดถึงหัวอกพ่อแม่ว่าหากเป็นลูกของเราเองจะทำอย่างไร เราก็คงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ ถึงแม้ข้าวจะเสียหายแต่ก็ยังพอมีกินอยู่เพราะปลูกข้าวหลายที่ หากรัฐช่วยชดเชยให้ก็ดี แต่หากไม่ชดเชยก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยก็ได้เด็กออกมาเด็กปลอดภัยแล้วก็ดีใจ

ด้านนายนวล ทาตุการ อายุ 63 ปี บ้านหนองอ้อ ต. โป่งผา อ.แม่สาย กล่าวว่า ตนปลูกข้าว 15 ไร่ ถูกน้ำท่วมหมด เสียใจเหมือนกันที่ถูกน้ำท่วมเพราะลงทุนไปแล้ว แต่คิดในแง่ที่จะช่วยเด็กก็ไม่เป็นไร ซึ่งดูแล้วต้นข้าวน่าจะไม่มีโอกาสรอด ซึ่งทุกปีนา 15 ไร่จะขายข้าวได้ประมาณ 90,000 บาท ซึ่งยังไม่รู้ภาครัฐจะชดเชยยังไง ถ้าน้ำท่วมทุกปีจะชดเชยไร่ละ 1,100 บาท ขณะทางเกษตรกำลังดำเนินเรื่องอยู่ ซึ่งจะช่วยเท่าไหร่ชาวบ้านก็รับได้เพราะต้องการช่วยเด็กๆ อยู่แล้ว

ขณะที่นายกิตติธัช กันทา อายุ 38 ปี บ้านโป่ง ม.9 ต.โป่งงาม อ.แม่สาย กล่าวว่า น้ำจากหนองน้ำพุท่วมนาตนเช่นกัน จำนวน 12 ไร่ แต่ก็ไม่เป็นไร รับได้และยินดี อย่างน้อยก็ช่วยเด็กทั้ง 13 คน และไม่ไช่ตนคนเดียวยังมีชาวบ้านอีกหลายคน โดยปกตินาแถวนี้บางฤดูกาลน้ำก็ท่วมอยู่แล้ว ส่วนที่ท่วมครั้งนี้เป็นระยะเวลาไม่นานนัก หากฝนไม่ตกลงมาอีกเชื่อว่าอาจจะพอทำให้ฟื้นตัวขึ้นมาได้อยู่ แต่ก็ยังไม่แน่นอน ซึ่งก็พอใจการช่วยเหลือของทางราชการอยู่ที่ช่วยด้านเมล็ดพันธุ์ให้ ซึ่งอาจนำมาหว่านพอที่จะให้ผลผลิตทันในปีนี้


ด้านนายเสฎฐวุฒิ ปัญญาคำ ผญบ.หนองอ้อ กล่าวว่า พื้นที่บ้านหนองอ้อ ปกติก็มีน้ำท่วมทุกปี แต่ปีนี้มาเร็ว เนื่องจากฝนที่ตกซุกในระยะนี้ประกอบกับมีการระบายน้ำจากขุนน้ำนางนอนและหนองน้ำพุ ทำให้ปริมาณจึงมากขึ้น แต่ก็ท่วมไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นที่ลุ่มมีประมาณ 300 ไร่ ที่เข้ามาขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งทุกคนบอกไม่มีปัญหาและไม่เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ทุกคนขอเพียงเด็กๆ ปลอดภัยก็พอแล้ว พอรู้ข่าวว่าเด็กปลอดภัยทุกคนก็ดีใจมาก ซึ่งตนก็ขอขอบคุณทางชาวบ้านและเกษตรกรที่เห็นความสำคัญของชีวิตคนที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด สำหรับพืชต้นกล้าหรือต้นข้าวนั้นสามารถปลูกทดแทนขึ้นมาได้ ปีนี้ปลูกไม่ได้ปีหน้าก็ปลูกใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม ทางเกษตรก็จะช่วยเหลือโดยจะมอบกล้าพันธุ์ให้ไร่ละ 15 กิโลกรัม

สำหรับพื้นที่ถูกผลกระทบจากการระบายน้ำจากขุนน้ำนางนอนถ้ำหลวงและหนองน้ำพุนั้นมีผลกระทบ 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.โป่งผา ต.โป่งงาม ต.ศรีเมืองชุม และ ต.บ้านด้าย มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 200 กว่าครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 1,400 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าว

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ทำไมผู้หญิงอัฟกันฆ่าตัวตายเยอะ?
บทความถัดไป‘โฟร์วันวัน-ไลฟ์เนชั่น-วายจี’ จับมือจัด 2 คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ ‘ไอคอน-วินเนอร์’ เอาใจแฟนไทย