กรมเจ้าท่าห้ามเรือต่ำกว่า 10 ม. ออกจากฝั่งภูเก็ต ยอดผู้เสียชีวิต 13 ราย ค้นหาผู้สูญหายต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม กรมเจ้าท่ารายงานความคืบหน้ากรณีเรือล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ว่า เรือฟินิกส์ไดวิ่ง ผู้โดยสาร 93 คน ลูกเรือและไกด์ 12 คน รวมเป็น 105 คน ช่วยเหลือแล้ว 48 คน ขึ้นที่ท่าเรือแพยอด ส่งไปที่ รพ.อบจ.10 คน (เหลือง 9 แดง 1) กำลังค้นหาอีก 56 คน เรือเซเนริก้าผู้โดยสาร 39 คน ลูกเหลือ 2 คน รวมเป็น 41 คน ช่วยเหลือได้ทั้งหมดแล้วในวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.30 น. เรือเจ็ตสกี 2 คน ช่วยเหลือได้ 2 คน ขึ้นที่ท่าเรือแหลมพันวา สรุปผู้ประสบเหตุทั้งหมด 148 คน พบแล้ว 94 คน เสียชีวิตแล้ว 1 คน คงเหลือที่กำลังค้นหาอีก 56 คน มีเรือค้างบนเกาะราชา 12 ลำ ผู้โดยสาร 263 คน ต้องรอดูสถานการณ์และจะขึ้นฝั่งเมื่อคลื่นสงบ เรือที่ให้ความช่วยเหลือ คือ ทรภ.3, ตำรวจน้ำ, อบจ. และเรือประมง 4 ลำ เริ่มค้นหาเวลา 07.30 น.

สถานการณ์ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตได้จัดตั้งศูนย์บัญชา โดยจัดเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ณ อาคารท่าเทียบเรือฉลอง สำหรับการค้นหาได้ยุติการค้นหาชั่วคราว เนื่องจากสภาพอากาศปิด คลื่นลมแรงในทะเล เมื่อเวลา 22.00 น. โดยกำหนดแผนที่จะดำเนินการค้นหาโดยเร่งด่วน เริ่มตั้งแต่เวลา 05.00 น. และได้ขอความร่วมมือทัพเรือภาค 3 จัดเฮลิคอปเตอร์ พร้อมเรือบรรทุกนักประดาน้ำพร้อมปฏิบัติการค้นหาดำค้นหาในเรือ ตำรวจน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเรือพร้อมนักประดาน้ำจำนวน 1 ชุด เข้าปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าได้ออกประกาศสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ตามคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 3045/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาห้ามเรือโดยสารออกจากฝั่งกรณีคลื่นลมแรง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ และให้การปฏิบัติการสั่งห้ามเรือโดยสารออกจากฝั่ง กรณีมีมรสุมคลื่นลมแรงตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งขณะนี้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูก็ต ได้รับแจ้งจากกรมอุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ว่ามีฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน มีกำลังแรง จะมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ทั้งนี้ ห้ามเรือที่มีความยาวน้อยกว่า 10 เมตรที่จะเดินทางไปเกาะพีพี เกาะราชา และพื้นที่ทะเลเปิด ออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ยกเว้นเรือที่จะไปอ่าวพังงา เกาะโหลน และเกาะบริเวณใกล้เคียงเกาะภูเก็ต ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง

เวลา 12.25 น. รวมพบร่างผู้เสียชีวิต จำนวน 13 ราย แยกเป็นชาย 5 ราย หญิง 8 ราย และพบผู้รอดชีวิต 1 ราย เป็นหญิง

บทความก่อนหน้านี้สลด!เถ้าแก่โรงงานรับซื้อของเก่าพลาด ถูกตระกร้าปั่นแห้งฟาดหัวดับ
บทความถัดไปทอท.อาลัย ‘จ่าเอกสมาน’ ชี้เป็นที่ภาคภูมิใจของชาติ-บริษัท พิจารณาความดีความชอบให้กรณีพิเศษ