‘เคจีไอ’คาดผลประกอบการแบงก์Q2 เสี่ยงติดลบ10% แต่คาดไม่กระทบราคาหุ้น!(มีคลิป)

นายรักพงศ์ ไชยศุภรากุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า แนวโน้มตลาดหุ้นสัปดาห์นี้มีทั้งเรื่องที่ตลาดรับรู้ไปแล้วและประเด็นใหม่ ซึ่งในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาสหรัฐยกระดับการกีดกันทางการค้ากับจีน โดยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตามสหรัฐจะยังไม่เก็บภาษีในทันที ประเมินว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่งเพื่อศึกษารายละเอียดการขึ้นภาษี ก่อนที่มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน ทางทีมวิเคราะห์เคจีไอจากจีนทำการประเมินผลกระทบดังกล่าว โดยแยกเป็น 2 ส่วนคือ 1.ส่วนของเศรษฐกิจเชื่ิอว่ากระทบไม่มาก ประมาณ 0.35-.04% ต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ต่อปีและ2.ในแง่ของตลาดหุ้นคงจะมีผลกระทบมาก จากปัจจัยเรื่องค่าเงินและควาเสี่ยงในตลาดหุ้นจีน

“สถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐ-จีน ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้อาจจะมีผลกระทบเชิงลบ โดยเชื่อว่ามีการเจรจาในช่วงใกล้ๆ เส้นตายหรือประมาณเดือนสิงหาคมก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นจีนอ่อนข้อให้บ้าง ในแง่ของการลดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ทั้งนี้แม้ว่าปัจจัยต่างประเทศยังผันผวน แต่เชื่อว่าหุ้นไทยจะลงไม่มาก โดยการที่หุ้นปรับตัวลงมาบริเวณบวกลบ 1,600 จุด เป็นบริเวณที่มูลค่าหุ้นหรือค่าพี/อีในอดีตอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งเคจีไอยังคงแนะนำหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่แนวโน้มผลประกอบการเด่น และหลีกเลี่ยงหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแค็ป) ที่เกี่ยวข้องกับนักลงทุนต่างชาติ”นายรักพงศ์ กล่าว

นายรักพงศ์กล่าวว่า การประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2561 ประมาณการว่าผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากปัจจัยการลดค่าธรรมเนียมดิจิทัลแบงก์กิ้ง ส่วนการเติบโตรายปีที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากฐานปีที่แล้วแย่มากจากการตั้งสำรองธนาคาร อย่างไรก็ตามเชื่อว่าผลประกอบการไม่น่าจะกระทบราคาหุ้นธนาคารมากนัก

สำหรับหุ้นเด่นประจำสัปดาห์เคจีไอแนะนำหุ้นในประเทศ ที่ลิงค์กับการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย และไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและเศรษฐกิจโลกมากนัก ประกอบด้วย หุ้น ANAN BDMS BEM ซึ่งเชื่อว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2561 จะออกมาโดดเด่น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon