อคส.กำชับ 28 ผู้ชนะประมูลข้าว เข้มขนย้ายเข้าโรงงานเท่านั้น

ที่กระทรวงพาณิชย์ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เห็นชอบผลการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม ที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1/2561 และการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม ที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 1/2561 ดังนั้น ในวันนี้ 17 กรกฎาคม อคส.ได้เชิญผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงขั้นตอนการขนย้ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม เพื่อวางมาตรการในการควบคุมในการขนย้ายออกจากคลังสินค้าต้นทางไปยังคลังสินค้าปลายทางก่อนลงนามในสัญญา จึงได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ได้แก่ อ.ต.ก. กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน คสช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการตำรวจทางหลวง กระทรวงอุตสาหกรรม และกรมทางหลวง

โดยได้กำหนดขั้นตอนและมาตรการในการควบคุมการขนย้ายข้าวออกจากคลังสินค้าไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมของผู้ชนะการประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐ (คลังสินค้าปลายทาง) โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1.ข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม ที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 1/2561 มีผู้เสนอซื้อสูงสุดจำนวน 17 ราย จำนวน 86 คลัง ปริมาณรวม 1.44 ล้านตัน มูลค่า 8.4 ล้านบาท โดยในส่วนของ อคส.มีผู้เสนอซื้อ 17 ราย จากจำนวน 62 คลัง 16 จังหวัด ปริมาณรวม 1,122,559.834 ตัน มูลค่า 6,452,241,133.27 บาท และกลุ่มที่ 2.ข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรม ที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 1/2561 จำนวน 60 คลัง จำนวน 11 ราย ปริมาณรวม 518,473.30 ตัน มูลค่า 1,788.16 ล้านบาท โดยในส่วนของ อคส.มีผู้เสนอซื้อ 10 ราย จำนวน 48 คลัง 20 จังหวัด ปริมาณรวม 423,794.224 ตัน มูลค่า 1,449,082,507.51 ล้านบาท ตามที่กรมการค้าต่างประเทศเปิดประมูลประมูลไปเมื่อวันที่ 14 และ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ไกรบุญกล่าวว่า ได้เชิญผู้ประกอบการที่ชนะการประมูล 28 รายมาประชุมทำความเข้าใจในขั้นตอนวิธีปฏิบัติให้รัดกุม รวมทั้งมีการลงพื้นที่ตรวจคลังสินค้าปลายทางที่ผู้ประกอบการจะนำข้าวสารไปเข้าสู่อุตสาหกรรมทุกคลัง และการจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจสุ่มตลอดเส้นทางการขนย้ายข้าวและคลังสินค้าต้นทางและคลังสินค้าปลายทางโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของ อคส.และหัวหน้าคลังประจำอยู่ตามโกดังต่างๆ รับทราบขั้นตอนการปฏิบัติ และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในการขนย้ายจะมีการ (ซีล) รถบรรทุกที่ขนข้าวทุกคันตลอดการขนย้าย โดยระยะเวลาต้องสอดคล้องกันกับระยะเวลาการเดินทาง

หากตรวจพบว่าใช้เวลามากไม่สัมพันธ์หรือผิดปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจในจุดตรวจสามารถเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบได้ สำหรับคลังสินค้าที่ปลายทางจะต้องติดตั้งกล้อง CCTV และต้องรายงานข้อมูลสินค้าผ่านเว็บไซต์ www.pwo.co.th เพื่อรายงานให้เจ้าหน้าที่ อคส.รับทราบ และเมื่อขนย้ายข้าวถึงสถานที่ปลายทางแล้ว อคส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสุ่มตรวจปริมาณข้าวอีกครั้งว่าตรงตามปริมาณการขนย้ายหรือไม่ หาก อคส.ตรวจพบว่าผู้ซื้อไม่นำข้าวสารเข้าสู่กระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมตามที่ได้แจ้งไว้ในวัตถุประสงค์ที่ขอซื้อจะต้องชำระค่าปรับ 25% ของมูลค่าข้าวสารที่ไม่ได้นำเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรม และหาก อคส.เลิกสัญญา ผู้ซื้อจะต้องเสียค่าปรับ 25% ของมูลค่าปริมาณข้าวสารที่ยังไม่ได้รับมอบและขนย้าย รวมทั้งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งแพ่งและอาญาด้วย

นางอินทิรา โภคปุณยารักษ์ ผู้อำนวยการ อคส.กล่าวว่า เพื่อความรอบคอบรัดกุมและเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ อคส.ได้วางมาตรการและกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรัดกุม ซึ่งเชื่อมต่อจากกระบวนการดำเนินงานของกรมการค้าต่างประเทศ และเชิญผู้ชนะการประมูลเข้ารับฟังการชี้แจงมาตรการดำเนินการของ อคส.ก่อนทำการลงนามในสัญญา และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องศักยภาพการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่ง ซึ่ง อคส.ได้ขอความร่วมมือไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อตรวจสอบยืนยันว่ามีใบประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) มีกำลังการผลิตที่เพียงพออีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับมาตรการในการกำกับดูแล อคส.มีการแต่งตั้งหัวหน้าคลังสินค้าประจำคลังสินค้าต้นทาง และปลายทาง มีการรายงานปริมาณรับจ่ายสินค้าเป็นรายวันให้ส่วนกลางทราบ และคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด ดำเนินการตรวจสอบการนำข้าวไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทน เป็นประธานคณะทำงาน ผู้แทนกองกำลังรักษาความสงบในพื้นที่ ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด เป็นคณะทำงาน หัวหน้าคลัง อคส.หรือ อ.ต.ก.เป็นคณะทำงาน และเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่จัดระบบ ควบคุม ตรวจสอบกระบวนการนำข้าวไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม สุ่มตรวจสอบบัญชีคุมสินค้าแสดงประมาณการได้มา การใช้รายวันนับแต่วันที่ได้รับข้าวสารเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บ ให้เป็นไปตามที่แจ้งไว้ในหนังสือรับรองการนำข้าวไปใช้ในอุตสาหกรรม รายงานผลการดำเนินงานต่อประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรการการควบคุมการขนย้ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่ง อคส.ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง

บทความก่อนหน้านี้เสิร์ฟข่าวสังคม…ไทยแลนด์ โซเชียล เอ็กซ์โป 2018
บทความถัดไปสวยแซ่บ… ‘5 ลุคผมดัด’ จากเกาหลี