‘ชวน’ เปิดสาเหตุคนไม่คืนหนี้ กยศ. เพราะสถาบันการศึกษาสร้างความเข้าใจผิด

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานเปิดโครงการเมืองนวัตกรรมอาหารเพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว “อัตลักษณ์ภาคใต้สู่เมืองนวัตกรรมอาหารเพื่อการท่องเที่ยว” โดย ดร.สฤษดิ์ ธัญกิจจานุกิจ ผอ.ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นักเรียน นักศึกษา ในการเสวนาแก่นักศึกษาในครั้งนี้

นายชวน กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างเสวนาแก่นักศึกษา และคณะอาจารย์ว่า ถึงกับอึ้งการพาดหัวข่าวต้องหามตนส่งโรงพยาบาลเมื่อวันก่อน โดยแพทย์ระบุสาเหตุมาจากตนพักผ่อนน้อย จึงมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง ท้องเสียเล็กน้อย ขอบคุณที่เป็นห่วง ตอนนี้สบายดีแล้ว นอนโรงพยาบาล 1 คืน ก่อนขอออกจากโรงพยาบาลเพื่อมาทำภารกิจบรรยายที่ จ.ตรัง

นายชวน กล่าวว่า มีข้อมูลจากรัฐบาลที่ไม่มีการพูดถึง เรื่องการศึกษา ความสำเร็จของบ้านเมืองนั้นคือการสร้างคนที่มีคุณภาพ การเป็นคนดี คือหัวใจของการสร้างคน ทุกวันนี้มีการทุจริตโกงกินจากข้าราชการ จากหน่วยงาน ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น เกิดจากคน และคนที่โกงที่ทุจริตส่งไปดูแลคนจนก็กินของคนจน ส่งไปดูแลพระดูแลศาสนาดูแลวัดก็กินวัด คนเหล่านี้ไม่ใช่จบ ป.4 – ป.6 หรือตาสีตาสาแต่มาจากคนจบมหาวิทยาลัย จบสถาบันการศึกษามาทั้งนั้น ตำรวจที่รีดไถ ก็มาจากนักเรียนนายร้อย ทหารที่โกงมาจากนักเรียนนายร้อย นักปกครองที่โกงก็มาจากจุฬา ธรรมศาสตร์ รามคำแหง มหาลัยที่มีอยู่ในประเทศทั้งนั้น แสดงว่าสถาบันเหล่านี้สร้างคนโกงเข้ามาเหมือนกัน แต่อีกมุมหนึ่งคนที่มาทำเพื่อชาติบ้านเมือง แก้ปัญหาบ้านเมือง เสียสละเพื่อบ้านเมืองก็มาจากสถาบันเหล่านี้เหมือนกัน แสดงให้เห็นว่าสถาบันในแต่ละแห่งผลิตคนดีและคนไม่ดี ทำอย่างไรเราถึงจะสกัดคนไม่ดีออกไปจากวงจรปกครองให้ได้

นายชวน ยังได้กล่าวอีกว่า ตอนนี้ทั่วประเทศมีนักเรียน นักศึกษากู้ยืมเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นจำนวนมาก และวันนี้ได้เกิดวิกฤตขึ้นแล้ว คือ คนที่กู้ยืมเรียนที่จบแล้ว แต่ไม่ยอมคืนเงิน ขณะนี้คนไม่คืนเงินเป็นล้านคน ในจำนวนผู้กู้ประมาณ 5 ล้านคน ตนยกย่องคนที่คืนเงิน แต่ถามว่าแล้วทำไมตนต้องเดือดร้อน เพราะตนเป็นคนเริ่มต้นตั้งเงินกองทุนกู้ยืมเมื่อตอนเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก เมื่อกลางปี 2538 ได้เสนอกองทุนกู้ยืม รัฐบาลจัดงบประมาณในปี 2539 จำนวน 4 พันล้านบาท ให้เด็กไทยกู้ยืมเรียน เพราะการศึกษาคือการสร้างคน เราไม่สามารถเรียนได้ทุกคนเพราะฐานะบางครอบครัวลำบาก เงินหมุนเวียนในขณะนี้จำนวนหลายแสนล้านแล้วหากทุกคนคืนเงิน คนได้รับประโยชน์ตรงนี้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน ซึ่งตนเองมองว่าเป็นเรื่องดีที่ทางรัฐบาล เจ้าหน้าที่ดูแลพยายามที่จะเอาเงินคืน เพราะมันเงินของประชาชน เงินภาษีของประชาชน คนกู้ยืมไปก็ต้องมีหน้าที่ต้องคืน ส่วนคนที่ไม่มีงานทำก็ค่อยว่ากันไป แต่ก็คงจะเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่คงจบและได้งานแล้ว ส่วนนี้จำเป็นต้องคืน เหมือนกับโกงเงินที่ตัวเองกู้ไป ส่วนสาเหตุที่มีการค้างมากขึ้นส่วนหนึ่งมาจากที่สถาบันการศึกษาเองไม่สนับสนุนให้เด็กคืน เช่นบางแห่งที่ตนได้ยินด้วยตัวเอง

“มีผู้ปกครองเด็กรายหนึ่งมาบอกกับตนว่าขอบคุณลูกเขาเรียนจบให้ใช้เงินกองทุนกู้ยืมที่เกิดขึ้นจากนโยบายที่เราได้ทำ พอถามว่าคืนเงินหรือยัง ได้คำตอบว่ายังไม่คืน อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยบอกว่าไม่ต้องคืนให้รัฐบาลคืนเอง ซึ่งมองว่าสถาบันบางแห่งใช้วิธีนี้เอาเงินกู้นี้เป็นเครื่องมือให้เด็กมาเรียน พูดในทำนองให้เด็กไม่ต้องคืน ซึ่งผมมองว่าสถาบันต่าง ๆ ควรจะเป็นคนพูดให้นักเรียนนักศึกษาคืนเงินกู้เองจะมีน้ำหนักมากว่าให้รัฐบาลเป็นคนขอร้อง ที่รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้ได้เงินคืนเพราะเป็นภาษีของประชาชน หากได้เงินจำนวนนี้กลับมาเงินงบประมาณที่ตั้งใหม่ก็ไม่จำเป็นสามารถหมุนเวียนได้แล้วเพราะมัน 20 กว่าปีแล้ว ซึ่งนับว่าโชคดีที่รัฐบาลใหม่เข้ามาไม่ยกเลิกโครงการนี้ยังคงมีการดำเนินการต่อ หากวันหนึ่งมีรัฐบาลที่ใจร้ายเข้ามา ตัดไม่ให้เงินช่วยเหลือเด็กขึ้นมาเด็กก็จะมีปัญหาเพราะเด็กไทยมีปัญหาเรื่องทุนอยู่ไม่น้อย”นายชวนกล่าว

นายชวนกล่าวว่า ส่วนรายได้ของชาวสวนยางพารา ทุกวันนี้ก็ไม่สามารถหวังอะไรจากยางพาราได้อีก และยังมั่นใจอนาคตยางพารายังเลื่อนลอย เพราะวันนี้ประเทศไทยมี 77 จังหวัดปลูกยางพารามากกว่า 60 จังหวัด ต่างประเทศ เช่น ลาว เวียดนามใช้พื้นที่ของลาวมาปลูก ในขณะที่เวียดนามขึ้นชื่อกาแฟอันดับ 2 ของโลกโค่นต้นกาแฟมาปลูกยาง พม่า แต่ที่ปลูกยางมากในตอนนี้ คือ อินโดนีเซีย ซึ่งประเทศไทยมีที่ปลูกยางเป็นที่ 2 ของโลกแล้ว เพราะอินเดียแซงไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ที่แน่ ๆ วันนี้เราไปหวังเพิ่งกับยางมากไม่ได้ แต่ก็หนีไม่พ้นเพราะยางยังคงอยู่กับเรา เพียงแต่เราต้องปรับปรุงพันธุ์ให้ได้ผลผลิตมากกว่าเดิม พี่น้องจะเปลี่ยนอาชีพเดิมยาก เพราะเราไม่ได้ฝึกการปรับอาชีพเหมือนภาคอื่น เงินที่ให้เปลี่ยนอาชีพมาไม่ถึงบ้านเรา พลเอกประวิทย์ วงศ์สุวรรณ เคยลั่นวาจาไว้ว่าจะให้ขายยางราคากิโลละ 80 บาท แต่ไม่เคยขึ้นถึงกิโลละ 80 อย่างที่กล่าว

นายชวนกล่าวว่า หากต้องการจะสร้างรายได้อย่างยั่งยืน แทนอาชีพการเกษตร อยากให้มุ่งเน้นเรื่องของการท่องเที่ยว ไม่จำเป็นต้องประกาศปิดสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะทางทะเลหรือถ้ำ อย่างกรณีถ้ำหลวงไม่ต้องไปปิดให้เปิดการท่องเที่ยวตลอด เพราะการท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเข้าถ้ำอย่างเดียวเสมอไป บรรยากาศความสวยงามภายนอกยังมีให้ชม เพียงแต่ในกรณีที่ฝนตกหนัก มีน้ำจำนวนมากให้เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ห้ามปรามแนะนำ เพราะหากแจ้งปิดสถานที่ท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวจะยกเลิกการท่องเที่ยวทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบขาดรายได้ แต่ถ้าเราไม่ประกาศปิดนักท่องเที่ยวก็สามารถเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนตามชายหาดหรือท่องเที่ยวในเมืองได้ และรู้งงมากที่ทราบข่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังไม่สนับสนุนทัวร์จีน หรือทัวร์เช่าเหมาลำมาลงที่ตรัง เพราะความจริงแล้วนั่นคือแหล่งรายได้อย่างดี ซึ่งสมัยก่อนนักท่องเที่ยวที่นิยมมาเที่ยวจังหวัดตรังคือชาวมาเลเซีย แต่ปัจจุบันจีนเริ่มเข้ามามีอิทธิพลกับการท่องเที่ยวมากขึ้น

บทความก่อนหน้านี้เที่ยวก่อนเกษียณดีกว่า : คอลัมน์ โลกสองวัย
บทความถัดไปเปิดอันดับแบรนด์ ‘กาแฟไทย’ ครองตลาดในกัมพูชา