ปกครองบุกจับผับดังย่านอ้อมน้อย นักเที่ยวตกใจทิ้งยาเกลื่อน พบปัสสาวะม่วงกว่าร้อยราย

11.08.18 | 09:26 น.

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 11 สิงหาคม ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง นำกำลังพนักงานฝ่ายปกครองสำนักการสอบสวนและนิติการ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนกองร้อยปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร ภายใต้การอำนวยการของนายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร โดยนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอกระทุ่มแบน บูรณาการภายใต้ศูนย์อำนวยการประสานกำกับติดตามการปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 (ศอ.กต.) โดยกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นำโดยนายแสงประทีป โกมลบุตร ผู้ตรวจราชการกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายแพทย์นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ทหารกองทัพภาคที่ 1 และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต ฝ่ายปกครองอำเภอกระทุ่มแบน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน ทหารค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน เข้าตรวจสอบจับกุม ร้าน NOS PUB ตั้งอยู่เลขที่ 20/2 ถนนเพชรเกษม หมู่ 7 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นสถานบริการที่มีชื่อตามใบอนุญาต ว่า “เฮ้าส์ซิงเกอร์ผับ” มีนายปัญญา แสงประสิทธิ์ อายุ 60 ปี เป็นผู้รับอนุญาตตั้งสถานบริการ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่าสถานบริการ NOS PUB เปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และปล่อยปละละเลยให้มีการเสพยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ในสถานบริการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ได้แฝงตัวเข้าทำการสืบสวน และประสานข้อมูลกับฝ่ายปกครองอำเภอกระทุ่มแบนอย่างใกล้ชิดจนได้ข้อมูลชัดเจนเป็นไปตามที่ได้รับการร้องเรียนจริง โดยข้อมูลการสืบสวนพบว่าสถานบริการ NOS PUB มักเปิดให้บริการเกินเวลาเป็นประจำจนถึงเวลา 03.00 น. และมีการปล่อยปละละเลยให้มีการเสพยาเสพติดภายในสถานบริการ เช่นในห้องน้ำภายในสถานบริการ โดยเมื่อผู้ใช้บริการเสพยาเสร็จเรียบร้อย พนักงานทำความสะอาดจะรีบทำความสะอาดและกำจัดอุปกรณ์การเสพที่ทิ้งอยู่ทันที เพื่อไม่ให้เป็นหลักฐานว่าสถานบริการรู้เห็นกับผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ ก่อนเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้แฝงตัวเป็นนักเที่ยวเข้าทำการสืบสวน เมื่อเกินเวลา 01.00 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดทำการตามกฎหมายของสถานบริการดังกล่าวไปแล้ว ครึ่งชั่วโมง พบว่าสถานบริการยังคงไม่มีทีท่าที่จะเช็กบิลปิดทำการแต่อย่างใด นักเที่ยวยังคงดื่มกินและเต้นกันอย่างเมามันตามจังหวะดนตรีของทางร้าน นอกจากนี้ ยังพบว่าร้านยังคงจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปกติ แม้ว่าจะเลยเวลาเปิดทำการตามกฎหมายไปแล้ว สายลับจึงให้สัญญาณแก่ชุดจับกุมเข้าดำเนินการตรวจสอบจับกุม

ทั้งนี้ เมื่อกำลังของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเดินทางมาถึง พบว่าสถานบริการ NOS PUB ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยมีนักเที่ยวจำนวนกว่า 800 คน ดื่มกิน และเต้นอย่างเมามัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงแสดงตัวขอตรวจสอบ ให้ปิดเสียงดนตรี และเปิดไฟภายในร้าน ทำให้นักเที่ยวต่างแตกตื่น นักเที่ยวที่พกยาเสพติต่างโยนยาเสพติด และอุปกรณ์การเสพ ลงพื้นเกลื่อนกลาด ทั้งยาไอซ์ ยาอี ยาเคตามีน และยาทามาดอน เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนักเที่ยวแยกชายหญิง เพื่อตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ ผลการตรวจสอบพบว่า นักเที่ยวที่มีปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 123 คน เป็นชาย 80 คน เป็นหญิง 43 คน พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการจำนวน 7 คน อายุต่ำสุด 17 ปี ซึ่งเด็กได้ให้การว่าเข้ามาเที่ยวและเสพยาเสพติดในร้าน NOS PUB โดยซื้อยาเสพติดได้ในห้องน้ำของสถานบริการ

นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายอำเภอกระทุ่มแบน กล่าวว่า หลังจากที่เข้าตรวจผับแล้ว ก็ได้รายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ทราบเพื่อมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตสถานบริการแห่งนี้ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ต่อไป ส่วนทางด้านของนักท่องเที่ยวที่ตรวจพบปัสสาวะสีม่วงทั้งหมด แต่ไม่พบยาเสพติดภายในตัวเพราะโยนทิ้งลงพื้นนั้น ก็จะต้องทำประวัติไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดในค่ายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดในระบบสมัครใจต่อไป นอกจากนี้ในส่วนของเยาวชนที่อายุไม่ถึง 20 ปี ที่ได้เข้าท่องเที่ยวในผับแห่งนี้ ก็ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับทางสถานประกอบการแล้ว แต่ถ้าหากพบว่าเยาวชนเหล่านี้มีการเสพยาเสพติดด้วยนั้น ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาเช่นเดียวกัน