จับแล้วผู้ต้องหาปล้นจี้ชิงทรัพย์แหกห้องขังด่านขุนทด หลบหนีกบดานลพบุรี

 

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 21 สิงหาคม พ.ต.อ.ปราโมทย์ สิมหลวง ผกก.สภ.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อถรรกร วิเชียรรัตน์ รอง.ผกก.สส. พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ลาวัลย์วิสุทธิ์ รอง.ผกก.ป. พ.ต.ต.ธราธิป มุณีชัย สว.สส. ร.ต.อ.ยศวร เลขุนทด รอง.สว.สส. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน กว่า 30 นาย ได้ทำการปิดล้อมเข้าจับกุม ตัวนาย สายชล เกิดดวง อายุ 37 ปี ชาวอ.ด่านขุนทด หลังจากหลบหนีขณะเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุมที่ชั้นสองของ สภ.หินดาดช่วงเวลา 20.30น. หลังจากนายสายชล ทำทีว่าปวดท้องขอเข้าห้องน้ำจากนั้นได้วิ่งหลบหนีไปท่ามกลางความมืด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รายงานให้ พ.ต.อ.ปราโมทย์ สิมหลวง ผกก.สภ.หินดาด รับทราบ และได้ประสานไปยัง นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอด่านขุนทด ทราบเพื่อแจ้งกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านทุกตำบลได้ช่วยกันสอดส่องหากพบเบาะแสให้แจ้ง สภ.หินดาด ต่อมาได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ว่า ได้พบบุคคลต้องสงสัยคล้ายกับคนร้ายที่ทาง สภ.หินดาด ต้องการตัว บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ ที่บ้านวังเงิน หมู่ที่ 5 ต.เขารวก อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ สภ.ลำสนธิ เข้าทำการปิดล้อมพร้อมเข้าจับกุมตัวนายชายชล

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสายชล สารภาพว่า หลังจากที่ได้ทำการหลบหนีไปยังที่ไร่อ้อยทางทิศตะวันออกของบ้านซับพลูน้อย อยู่ห่างจากบ้านของตนเองเพียง 500 เมตร เมื่อเห็นว่า เงียบสงัดปลอดภัยดีแล้วจึงได้แอบขึ้นไปบนบ้านที่บ้านซับพลูน้อย ในขณะที่ภรรยากำลังหลับสนิท จึงได้นำโทรศัพท์ของภรรยาติดตัวมาด้วย และได้โทร ไปหา กิ๊กสาวที่อยู่เขตตลาดเทศบาลด่านขุนทด ให้ขี่จยย.มารับ แล้วพาไปพักยังกระท่อมแห่งหนึ่งที่หมู่บ้านสระสี่เหลี่ยม ต.โนนเมืองพัฒนา อ.ด่านขุนทด ซึ่งเป็นไร่มันสำประหลัง โดยมีกิ๊กสาวคอยดูแลในเรื่องอาหารการกินมาโดยตลอด และรายงานความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ให้ตนเองทราบ

“ ตลอดระยะเวลาที่กบดานอยู่ในกระท่อมดังกล่าว และทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านได้ติดตามไล่ล่า จึงให้กิ๊กสาวพร้อมเพื่อนขี่รถจักรยานมาส่งที่บ้านวังเงิน หมู่ 5 ต.เขารวก อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรีช่วงค่ำวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา” นายสายชลกล่าว

บทความก่อนหน้านี้ไม่คิดว่า ประเทศไทย จะสกัดพาราควอตสำเร็จ เหตุ อิทธิพลเยอะ
บทความถัดไปจับไม้พะยูง 24 ท่อน มูลค่ากว่า 1 ล้านบ. ผู้ต้องหารับสารภาพ ส่งขายให้นายทุน