‘ซีพีเอ็นเรสซิเดนซ์’ บุกกทม.ประเดิมโครงการแรกคอนโดย่านเสนาจ่อพรีเซล8-9ก.ย.

ร.อ.กรี เดชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาโครงการพิเศษ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอ็น เรสซิเดนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจากโบรกเกอร์ชาวสิงคโปร์ขอซื้อคอนโดมิเนียมในโครงการ “ฟีล พหลโยธิน 34” ซึ่งอยู่ใกล้สถานีเสนานิคม แบบยกล็อต ประมาณ 200 ยูนิต จากจำนวนที่เปิดขายทั้งหมด 358 ยูนิต แต่ไม่ได้ขายให้เนื่องจากเห็นว่ามากเกินไปและสามารถขายคนไทยได้ อีกทั้งมองว่าการขายยกล็อตจะมีปัญหาตอนที่โอน เนื่องจากมีขั้นตอนการดำเนินการที่แตกต่างจากลูกค้าที่เป็นคนไทย เช่น จะต้องมีการโชว์ตัว ต้องมีหนังสือรับรองจากสถานทูต รวมทั้งสถาบันการเงินก็จะต้องออกหนังสือรับรองด้วย

“ที่ผ่านมาอย่างโครงการที่เชียงใหม่ก็เคยมีโบรกเกอร์ขอซื้อยกล็อตเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ขาย เพราะมองว่าตลาดคนไทยยังมีความต้องการอยู่ โดยโบรกเกอร์ที่ติดต่อมาล่าสุดมีฐานลูกค้าคนจีนในฮ่องกง ไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งญี่ปุ่น โดยลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการที่อยู่อาศัยที่ใกล้แหล่งชุมชน ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ราคาขายตารางเมตรละไม่เกิน 1.5 แสนบาท โดยแหล่งที่สนใจคือย่านสะพานควาย เกษตร และวงศ์สว่าง” ร.อ.กรีกล่าว


ร.อ.กรีกล่าวว่า สำหรับโครงการ “ฟีล พหลโยธิน 34” มีมูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท หรือ 1.3-1.5 แสนบาทต่อตารางเมตร โดยเตรียมเปิดพรีเซล ในวันที่ 8-9 กันยายน ณ สำนักงานขาย เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นการเปิดตัวโครงการแรกในปีนี้ โดยช่วงที่เหลือของปีนี้จะเปิดอีก 2 โครงการ คือคอนโดมิเนียม 1 โครงการ และโครงการบ้านหรูอีก 1 โครงการ ซึ่งนับเป็นโครงการแนวราบโครงการแรกของกลุ่มซีพีเอ็น โดยรวมแล้วปีนี้เปิดใหม่ 3 โครงการ มูลค่าประมาณ 4,500 ล้านบาท

“ทำเลแยกเกษตร-เสนานิคม เป็นทำเลน้องใหม่เหมาะกับการอยู่อาศัยและพักผ่อนหย่อนใจ โครงการ “ฟีล พหลโยธิน 34″ ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีเสนานิคมเพียง 1 ก้าว และยังใกล้กับศูนย์การค้า มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงาน ร้านอาหาร และตลาดนัดกลางคืน อีกทั้งยังเป็นทำเลติดแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่คาดว่าจะเปิดใช้บริการได้ภายในปี 2563 ซึ่งเชื่อมต่อสะดวกสู่สถานีหมอชิต และสถานีอื่นๆ ใจกลางเมือง ที่ยังคงได้รับความสนใจจากผู้เช่าอยู่อาศัยและนักลงทุนเป็นอย่างดี” ร.อ.กรีกล่าวและว่า ทั้งนี้ ปีนี้คาดว่าบริษัทจะมียอดโอนประมาณ 3,000 ล้านบาท และปัจจุบันมียอดขาย 2,300 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปียอดขายจะเติบโตประมาณ 15% ซึ่งปีหน้าก็จะโตในระดับเดียวกัน

บทความก่อนหน้านี้กทม. รอ รฟม. แจงบัญชีจัดส่งดินขุด ‘อุโมงค์แยกรัชโยธิน’ ตำรวจเรียกให้ปากคำพรุ่งนี้
บทความถัดไปเอไอเอส ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และโมไบค์ เปิดให้บริการ “โครงการจักรยานอัจฉริยะสาธารณะ”