เมื่อวันที่ 1 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขงยังอยู่ระดับวิกฤต ล่าสุดที่ประมาณ 12.70 เมตร ห่างจากจุดล้นตลิ่งประมาณ 30 ซม. คือที่ 13 เมตร ไม่เพียงส่งผลกระทบทำให้น้ำโขงเริ่มเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรในที่ลุ่ม ยังส่งผลกระทบต่อลำน้ำสาขาสายหลัก เช่นเดียวกันกับลำน้ำก่ำ ที่รองรับน้ำมาจากหนองหาร จ.สกลนคร ไหลผ่านระยะทางยาวกว่า 120 กม. ก่อนไหลลงแม่น้ำโขงที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำในระบบชลประทาน โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต ที่ควบคุมการระบายลำน้ำก่ำลงสู่แม่น้ำโขง หลังมีมวลน้ำจากหลายพื้นที่ไหลลงมารวมกัน บวกกับระดับน้ำโขงสูง จ่อจุดวิกฤต ทำให้ลำน้ำก่ำไหลระบายช้าและมีปริมาณน้ำสูงเกินความจุเท่าตัว กว่า 200% จากปกติมีระดับเก็บกักที่ประมาณ 50 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำสูงกว่า 110 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมีการระบายน้ำมาจากหนองหาร จ.สกลนคร วันละประมาณ 120 ล้าน ลบ.ม. ส่วนประตูธรณิศนฤมิต ระบายลงน้ำโขงได้แค่ประมาณวันละ 10-12 ล้าน ลบ.ม. จากศักยภาพสูงสุดสามารถระบายได้วันละประมาณ 30-40 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากมีปัญหาน้ำโขงหนุนสูง
ขณะเดียวกันหลังน้ำโขงหนุนสูง บวกกับปริมาณน้ำก่ำเกินความจุ ทำให้เกิดปัญหาเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร ชุมชนหมู่บ้านในพื้นที่ลุ่ม ส่วนใหญ่จะกระทบพื้นที่นาข้าว คาดว่าจะได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 50,000 ไร่ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่ท้ายประตูระบายน้ำจุดบรรจบลำน้ำก่ำ บริเวณ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม น้ำโขงเริ่มเอ่อล้นตลิ่ง ท่วมบ้านเรือนกว่า 20 หลังคาเรือน รวมถึงพื้นที่การเกษตรที่ชาวบ้านปรับพื้นที่ริมน้ำโขงปลูกพืชผักสวนครัว ส่งขายป้อนตลอดผักกว่า 1,000 ไร่ ถูกน้ำท่วมขังทั้งหมด ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ ทำให้เกษตรกรริมโขงขาดรายได้ และคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น ท่วมขังเป็นเวลานาน โดยทาง จ.นครพนมได้เร่งประสานงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจให้การช่วยเหลือต่อเนื่อง

