อสังหาฯเฮโลปักหมุดเส้นทางรถไฟฟ้าสีเหลืองสถานีหัวหมาก-ลำสาลี

นายสุรเชษฐ์ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีเหลืองที่กำลังก่อสร้างนั้นเป็นเสมือนตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ตลอดแนวเส้นทางซึ่งเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นก่อนหน้านี้แล้วแต่อาจจะมีแค่เพียงพื้นที่ตอนต้นๆ ของถนนรามคำแหง และถนนพระราม 9 เท่านั้น แต่หลังจากที่การก่อสร้างมีความชัดเจนมากขึ้นก็เริ่มมีผู้ประกอบการเข้าไปซื้อที่ดินและเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้นในพื้นที่ตามแนวถนนรามคำแหงซึ่งมีเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มผ่านตลอดเส้นทาง แต่ด้วยสภาพของพื้นที่ตามแนวถนนรามคำแหงทั้งสองฝั่งนั้นเป็นอาคารพาณิชย์และมีการพัฒนาเป็นโครงการรูปแบบอื่นๆ เต็มพื้นที่มาตั้งนานแล้ว จึงทำให้มีพื้นที่เพียงไม่มากเท่านั้นที่สามารถพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้โดยโครงการที่พัฒนาใหม่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีแต่โครงการคอนโดมิเนียมไม่นับการปรับปรุงโครงการพื้นที่ค้าปลีกเก่าแก่บนถนนรามคำแหง โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็จะอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้ๆ กับแยกลำสาลีหรืออยู่ในพื้นที่รอบๆ สถานีหัวหมากและลำสาลี เพราะเป็นพื้นที่ที่ยังมีที่ดินว่างเปล่าเหลือให้พัฒนาต่างจากพื้นที่ช่วงต้นถนนรามคำแหง

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ผู้ประกอบการหลายรายเข้าไปเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่รอบๆ สถานีหัวหมากของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสถานีลำสาลีที่เป็นสถานีร่วมของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีเหลืองมีคอนโดมิเนียมสะสมในพื้นที่นี้ประมาณ 4,390 ยูนิตเท่านั้นในช่วงครึ่งแรกปีพ.ศ.2561 แต่พอขึ้นไตรมาสที่ 3 พ.ศ.2561 เริ่มมีโครงการใหม่เปิดขายในพื้นที่นี้มากขึ้นรวมไปถึงในช่วงไตรมาสที่ 4 ด้วยซึ่ง ณ สิ้นปีพ.ศ.2561 อาจจะมีคอนโดมิเนียมสะสมในพื้นที่นี้ประมาณ 8,712 ยูนิต โดยราคาที่ดินในพื้นที่นี้มีการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่การก่อสร้างของเส้นทางรถไฟฟ้าทั้งสองเส้นทางเดินหน้าเป็นรูปธรรมชัดเจนจากราคาประมาณ 100,000 บาทต่อตารางวาเมื่อก่อนหน้านี้และปรับเพิ่มขึ้นมาถึง 400,000 – 500,000 บาทต่อตารางวาในปัจจุบัน โดยที่ดินที่อยู่ในซอยหรือถนนสายรองจะมีราคาขายที่ต่ำลงไปตามศักยภาพของที่ดิน เพราะการมีเส้นทางรถไฟฟ้าผ่านเป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งให้ความน่าสนใจของพื้นที่ตามแนวเส้นทางมีมากขึ้น คอนโดมิเนียมทั้งหมดในพื้นที่นี้มีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 87% มียูนิตเหลือขายไม่มากนัก โครงการที่เหลือขายส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เปิดขายใหม่ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมาเพราะราคาขายของโครงการที่เปิดขายใหม่เหล่านี้มีราคาขายสูงกว่าโครงการเก่าที่เปิดขายก่อนหน้านี้ค่อนข้างมาก โครงการที่เปิดขายใหม่ในปีพ.ศ.2560 มีราคาขายเฉลี่ยที่ประมาณ 90,000 บาทต่อตารางเมตรในขณะที่โครงการที่เปิดขายก่อนหน้านี้มีราคาขายเฉลี่ย ณ ปีพ.ศ.2559 อยู่ที่ประมาณ 59,000 บาทต่อตารางเมตร

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า คอนโดมิเนียมประมาณ 4,362 ยูนิตมีกำหนดเปิดขายใหม่ภายในปีพ.ศ.2561 โดยทั้งหมดเป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่รอบสถานีหัวหมากซึ่งเป็นโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งนั้น นอกจากนี้พื้นที่รอบๆ สถานีลำสาลีก็คาดว่าจะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่แน่นอนในอนาคต เพราะสถานีลำสาลีจะเป็นสถานีร่วมของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีเหลืองในอนาคต อีกทั้งพื้นที่รอบๆ สถานีใกล้เคียง เช่น สถานีบางกะปิก็มีความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีแผนจะเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ในพื้นที่นี้เช่นกัน พื้นที่รอบๆ สองสถานีนี้เป็น 1 ในทำเลที่มีความร้อนแรงใกล้เคียงกับพื้นที่รอบๆ สี่แยกรัชโยธินก่อนหน้านี้ ศักยภาพของพื้นที่นี้ก็มีอยู่ไม่น้อยในปัจจุบันเพราะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ มหาวิทยาลัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงและเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนามาต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 20 ปีพื้นที่หนึ่งของกรุงเทพมหานคร การมีเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ช่วยเรื่องของการเดินทางเข้าเมืองชั้นใน และสายสีเหลืองที่ช่วยให้การเดินทางในพื้นที่กรุงเทพมหานครรอบนอกมีความสะดวกมากขึ้นในอนาคตอีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมพื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือและตอนใต้เข้าด้วยกันยิ่งเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ให้มากขึ้นไปอีก รวมไปถึงการที่กรุงเทพมหานครและสำนักงานผังเมืองกรุงเทพมหานครเคยเอ่ยถึงการเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ของพื้นที่รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าที่เป็นสถานีร่วมในอนาคตให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ในอนาคตก็ยิ่งเป็นปัจจัยบวกของพื้นที่รอบๆ สถานีลำสาลีที่เป็นสถานร่วมในอนาคตเช่นกัน แต่เชื่อได้ว่าผู้ประกอบการคงไม่โหมเปิดขายโครงการใหม่แข่งกันในพื้นที่นี้แบบที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง เพราะว่าผู้ประกอบการทุกรายมีบทเรียนนี้แล้วและปัจจัยอื่นๆ แตกต่างกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon