‘ดีแทค-แคท’ ทุ่ม 3 พันล้านต่อปี เซ็นสัญญาร่วมเดินหน้าธุรกิจหลังหมดสัมปทาน

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า การบรรลุข้อตกลงซึ่งนำมาสู่การลงนามสัญญาในครั้งนี้ นับเป็นมิติใหม่ครั้งแรกของวงการโทรคมนาคมไทย และเพื่อลูกค้าดีแทค ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างสูงที่ข้อตกลงทั้ง 2 สัญญา ระหว่างดีแทค และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท ได้ร่วมลงนามก่อนหมดสัมปทาน ต่อไปนี้ทั้งสองฝ่ายจะเป็นพันธมิตรร่วมกันในเชิงกลยุทธ์เสริมสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยต่อไป ข้อตกลงทั้ง 2 สัญญายังก่อให้เกิดความชัดเจนในการประกอบธุรกิจของทั้งสองฝ่ายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หมดความเสี่ยง และทำให้ใช้งานเสาโทรคมนาคมและอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยทั้ง ดีแทค และแคท พร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเป็นพันธมิตรดูแลโครงข่ายหรือโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมสู่อนาคต

นางอเล็กซานดรา กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ในวงการโทรคมนาคม 2 สัญญา ระหว่างแคท ดีแทค และ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ประกอบด้วย 1.สัญญาระงับข้อพิพาทและให้บริการเกี่ยวกับเสาโทรคมนาคม 2.สัญญาการขอใช้อุปกรณ์โทรคมนาคม

“จากข้อตกลงระงับข้อพิพาทดีแทคจะทำการโอนเสาโทรคมนาคมที่สร้างไว้ระหว่างสัมปทานให้กับแคท และแคท จะให้บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ใช้บริการเสาโทรคมนาคมดังกล่าวจำนวน 8,815 แห่งทั่วประเทศ โดยบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด จะชำระค่าขอใช้เสาโทรคมนาคมล่วงหน้า ณ วันลงนามในสัญญาให้กับแคท มูลค่า 3.2 พันล้านบาท และจะชำระค่าบริการทั้ง 2 สัญญามูลค่ารวม 3 พันล้านบาทต่อปี โดยสัญญามีระยะยาวขั้นต้น 8 ปี และสามารถต่ออายุได้ ดังนั้น ลูกค้าดีแทคสามารถมั่นใจในการใช้งานหลังหมดสัมปทาน ซึ่งมิตรภาพและความร่วมมือดังกล่าวได้ส่งผลประโยชน์ต่อกลุ่มลูกค้าและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมากที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทาน” นางอเล็กซานดรา กล่าว


พันเอกสรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เปิดเผยว่า การลงนามในสัญญาในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของผู้ให้สัมปทาน และผู้รับสัมปทานคลื่นความถี่ที่ร่วมธุรกิจกันมาอย่างยาวนาน จะได้พลิกสู่บทบาทใหม่ในเชิงกลยุทธ์ต่อเนื่อง ที่ผ่านมาแคทได้มุ่งสู่การพัฒนาโครงข่ายและโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ให้มีความทันสมัยเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถกระจายไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม ประชาชน และความมั่นคงของประเทศชาติ ที่สำคัญนี่คือ การร่วมลงนามกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นครั้งแรกในไทยสู่ความร่วมมือที่เป็นพันธมิตรในเชิงกลยุทธ์

พันเอกสรรพชัย กล่าวว่า สัญญาดังกล่าว ยังทำให้เสาโทรคมนาคม ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีความสำคัญของประเทศและอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคมภายใต้สัญญาสัมปทาน ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของประเทศให้สามารถนำมาใช้โดยเกิดประโยชน์ ทั้งในการด้านการให้บริการแก่ประชาชนและการสร้างรายได้เพื่อนำมาพัฒนาองค์กร และประเทศในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของชาติ

“ข้อตกลงในสัญญาดังกล่าว แคท จะให้ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เป็นผู้ดูแลรักษาเสาโทรคมนาคมทั้งหมด เพราะเป็นผู้ที่ดำเนินการติดตั้ง จึงมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีการสื่อสาร และยังมีประสบการณ์โดยตรงในการดูแลเสาโทรคมนาคมดังกล่าวมามากกว่า 20 ปี ทั้งนี้ ถือไดว่า เป็นการต่อยอดภาพรวมของธุรกิจและสร้างรายได้ใหม่ให้กับแคท ซึ่งที่ผ่านมาแคทเป็นผู้ให้บริการดิจิทัล และโทรคมนาคมชั้นนำของชาติ ซึ่งประกอบกิจการโทรคมนาคมและให้บริการด้านโทรคมนาคมหลากหลายรูปแบบ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ  การให้บริการเสาและอุปกรณ์โทรคมนาคมในครั้งนี้จึงเป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายร่วมกันอย่างลงตัว รวมทั้งประชาชนและประเทศชาติ” พันเอกสรรพชัย กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘ดีป้า’ จับมือ 12ประเทศ 500หน่วยงาน จัดงาน ‘ดิจิทัลไทยแลนด์บิ๊กแบง 2018’ พลิกโฉมประเทศสู่ยุค 4.0
บทความถัดไปเรื่องของ ‘ญาญ่า อุรัสยา’ ว่าด้วย “โลกสีชมพู” และ “สีดำ” ของความรัก