พลทหารลากลับบ้านสอบ กศน.จมน้ำดับระหว่างหว่านแหจับปลา

เมื่อวันที่ 18 กันยายน เจ้าหน้าที่ศูนย์พยาบาลฉุกเฉิน 1669 จังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ปี ถูกแรงน้ำไหลเชี่ยวพลัดตกลงฝายน้ำล้นบ้านใหม่ไทยเจริญ ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จมน้ำเสียชีวิต หลังจากศูนย์พยาบาลฉุกเฉิน 1669 สุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุแล้ว ได้ประสานนักประดาน้ำจากวีอาร์ กู้ชีพสุรินทร์ กู้ภัยสลักไดเมืองสุรินทร์ วีอาร์กู้ชีพกังแอนปราสาท และอาสากู้ภัยสุรินทร์ เดินทางเข้าไปค้นหาร่างผู้เสียชีวิต การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะฝายน้ำล้น มีลักษณะกว้างใหญ่ น้ำลึกและไหลแรงมาก ใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมงก็สามารถค้นพบร่างผู้เสียชีวิต จมอยู่ใต้น้ำ ห่างจากจุดที่ตก ประมาณ 90 เมตร ในสภาพสวมเสื้อยืดสีเขียวอ่อน สวมกางเกงใน

ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือพลทหารอนุชา ขันทอง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 บ้านพระจันทร์ ต.ศรีสุข อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ จ.ลพบุรี ญาติบอกว่าพลทหารอนุชา ขันทอง ลาพักผ่อน และมาสอบการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) เป็นเวลา 10 วัน เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2561 ที่โรงเรียนบ้านโนน ต.ศรีสุข อ.ศรีณรงค์ เมื่อสอบเสร็จแล้ว ก็บอกญาติว่าจะไปหว่านแหหาปลา ที่ฝายน้ำล้น บ้านใหม่ไทยเจริญ ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน แล้วก็จมน้ำหายไป โดยพลทหารอนุชา ขันทอง ซึ่งจะปลดประจำการประมาณเดือนพฤศจิกายน 2561 นี้ แต่ก็ต้องมาจมน้ำเสียชีวิตไปก่อน

ขณะเกิดเหตุ มีนายสมบัติ ม่วงศร อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 205 หมู่ 15 บ้านตรวจ ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ เป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ กำลังตกปลา แต่อยู่คนละฝั่งของฝายน้ำล้น และเห็นเหตุการณ์ เนื่องจากผู้ตายสวมไฟฉายส่องสว่างไว้ที่ศีรษะ เดินทางช่วงกลางฝายน้ำล้น เพื่อจะหว่านแห และพลาดท่าถูกแรงน้ำที่ไหลเชียวอย่างแรง พลัดตกลงไปตามกระแสน้ำ จมน้ำเสียชีวิต ตนเองเข้าไปช่วยไม่ทัน จากนั้นตนได้ไปค้นหาโทรศัพท์ของผู้ตาย ที่รถจักรยานยนต์ โทรไปบอกแม่ของผู้ตายซึ่งทำงานก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ แม่ของผู้ตายก็โทรมาหายาย คือนางสุวรรณา วงงาม 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 8 อยู่บ้านเดียวกันกับผู้ตาย และแจ้งผู้ใหญ่บ้าน หน่วยกู้ภัย เข้ามาช่วยเหลือในการงมหาผู้จมน้ำและยังบอกว่า ฝายน้ำล้นแห่งนี้กลืนชีวิต ชาวบ้านที่ออกหาปลา และเดินไปยังบริเวณตรงกลางฝายที่น้ำไหลแรง มาแล้วหลายคนที่มาหาปลาที่น้ำล้นบ้านใหม่ไทยเจริญต้องระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย

สำหรับพลทหารอนุชา ขันทอง จะปลดประจำการประมาณเดือนพฤศจิกายน 2561 นี้ แต่ก็ต้องมาจมน้ำเสียชีวิตไปก่อน ศพของผู้เสียชีวิตอาสากู้ภัยได้นำร่างส่งไปที่โรงพยาบาลสุรินทร์ เพื่อให้แพทย์นิติเวช ได้ชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิต ที่แท้จริง และมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ไฟไหม้ร้านถ่ายรูปใกล้ห้าแยกลาดพร้าว 30นาทีคุมเพลิงได้ เจ็บ2สำลักควัน
บทความถัดไป‘กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย’ จี้ นายกฯ สั่งเลิกโรงไฟฟ้าชีวมวล ทบทวนอีไอเอโรงไฟฟ้า-โรงงานน้ำตาล