‘กรมเชื้อเพลิงฯ’ เตรียมออกกม.กรองเก็บถ่านหินรับการนำเข้าในอนาคต

นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยภายหลัง การมอบรางวัลการประกวด Thailand Coal Awards 2018 ว่า ทางกรมเชื้อเพลิงฯ ได้มีการจัดทำ แนวทางปฏิบัติด้านการกรองเก็บถ่านหินสำหรับการนำเข้า-ส่งออก และสำรวจ เชื้อเพลิงถ่านหิน (Code of Practice : CoP) ให้เป็นมาตราฐานในการรวบรวม อาทิ ด้านการขนส่งถ่านหิน และด้านการกักเก็บ เก็บกรองถ่านหิน เป็นต้น ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ ถือเป็นการเริ่มต้นสู่การจัดทำระเบียบกฎหมายขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ได้มอบหมายให้บริษัทฯ ที่ดูแลในด้านนี้ลงไปปฏิบัติและสำรวจว่ามีข้อขัดข้องในเรื่องใด เพื่อทำให้เกิดมาตราฐานในประเทศไทยจากนั้น จะมีการประกาศเป็นข้อกฎหมายต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นเพียงหลักปฎิบัติไม่มีการบังคับใช้แต่อย่างใด

“กฎที่เพิ่มขึ้นมานี้ เพื่อต้องการสร้างมาตราการในอนาคต เพื่อรองรับการนำเข้าถ่านหินที่อาจจะมีมากขึ้น โดยได้รับคำสั่งจากทางกรมฯ ให้อาศัยข้อกฎหมายของ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) แลได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว 3 ครั้ง คาดว่าเร็ว ๆ นี้ จะเห็นเป็นรูปเล่ม และจะมีการออกมาเผยแพร่กฎระเบียบนี้ต่อไป และที่จัดทำกฎนี้ขึ้นมา เพราะจากเดิมเรายังไม่มีกฎเกณฑ์ด้านนี้มาก่อน หากบริษททั้งหลายช่วยกันปฏิบัติ เพื่อเป็นมาตราฐาน และให้ประชาชนได้รับทราบว่า การกักเก็บถ่านหินจะไม่กระบกับสิ่งแวดล้อมในอนาคต” นายวีระศักดิ์กล่าว

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยได้ใช้เพียง 10% ในขณะที่ทั่วโลกมีการใช้กว่า 40% ซึ่งในอนาคตคาดว่า จะมีความต้องการใช้ถ่านหินในปรเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ต้องนำเข้าถ่านหินในระดับ 21-22 ล้านตัน/ปี และมีผู้ประกอบการตามรายชื่อของกรมโรงงานประมาณ 600 ราย แต่ยังไม่มีมาตรฐานรองรับ เพื่อความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยในเดือนที่ผ่านมาได้เปิดรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ต่างจังหวัด และอยู่ระหว่างนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาปรับแก้ CoP ก่อนจะเริ่มทดลองใช้ ซึ่งหากพบว่าผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติได้ อาจยกระดับเป็นกฎหมายต่อไป

ส่วนในเรื่องของแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (แก๊สแพลน) ต้อรอทาง แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) เป็นผู้ประกาศ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรววมตัวเลขและข้อมูลต่างๆ โดยคาดว่าจะมีการประกาศผลไม่เกิน 3 เดือนนี้ และจะมีการดำเนินการในส่วนของแผนฯ ต่อไป

นายวีระศกดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ภายในงาน ได้มีการมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด Thailand Coal Awards 2018 จำนวน 8 ราย ซึ่งเป็นการประกวดด้านพลังงานถ่านหินของประเทศไทย ที่กระทรวงพลังงานได้ส่งเสริมให้มีการจัดการประกวดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 4 แล้ว เป็นกิจกรรมที่เปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานถ่านหินหรือมีส่วนร่วมสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาการประกอบกิจการถ่านหินในประเทศไทย ได้แสดงศักยภาพและเผยแพร่ผลงานความสำเร็จของตนเอง ให้แก่ผู้อื่นได้นำไปใช้เป็นแบบอย่างในการนำไปปฏิบัติ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ผู้ประกอบการ วิจัย พัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมควบคู่ไปกับการใช้พลังงานถ่านหินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดรับกับการขับเคลื่อนนโยบายพลังงาน 4.0

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon