‘นักธุรกิจรุ่นใหม่ทายาทตระกูลดัง” ลงขัน ‘ครีเอทีฟเวนเจอร์’ ลงทุนสตาร์ตอัพซิลิคอนวัลเลย์-อิสราเอล

นายปุณยธร สุทธิพงษ์ชัย ผู้จัดการหุ้นส่วน บริษัท ครีเอทีฟเวนจอร์ จำกัด (Creative Ventures) ซึ่งเป็นธุรกิจกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capitalist) ที่จัดตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้ เปิดตัวกองทุนร่วมลงทุนกองที่ 2 มูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1,650 ล้านบาท และได้ออกมาระดมเงินทุนจากนักธุรกิจในไทยและสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี จากนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์และเห็นโอกาสการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็นเทรนด์หรือทิศทางของโลก โดยขณะนี้บริษัทได้รับเงินลงทุนเพียงพอต่อการเริ่มต้นลงทุนในเฟสแรกแล้ว โดยจะนำเงินไปลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัพที่อยู่ในซิลิคอนวัลเลย์ และอิสราเอลซึ่งเป็นศูนย์รวมของบริษัทที่มีการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) โดยมุ่งเน้น 3 กลุ่มธุรกิจ คือ ธุรกิจแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรม ปัญหาเกษตรกรรมและอาหารและการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยดูแลสุขภาพและประชากรผู้สูงอายุโดยตั้งเป้าว่าภายในปี 10 หลังจากนี้ ธุรกิจเหล่านี้จะสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุน 3-5 เท่าของมูลค่าเงินลงทุน

นายโปษะกฤษณะ ถิระพัฒน์ หุ้นส่วนดำเนินการ บริษัท ครีเอทีฟเวนจอร์ เปิดเผยว่า นักลงทุนที่เข้าร่วมลงทุน มีทั้งการลงทุนผ่านบริษัทและในนามส่วนตัว เช่น นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง นายภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการบริหารกองทุนสิงห์เวนเจอร์, นายพิรชัย เบญจรงคกุล Investment Director บริษัท บีซีเอช เวนเจอร์ส จำกัด ในกลุ่มบริษัทเบญจจินดา โฮลดิ้ง , นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทรีเซน ไทย เอเยนต์ซีส์ และผู้ก่อตั้งกองทุนร่วมทุนวิชั่นนิตี้เวนเจอร์,นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ , นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล รวมทั้งกองทุน Moonshot Ventures และนักลงทุนบุคคลอีกจำนวนหนึ่ง

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซน ไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเข้าไปลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพจะช่วยเสริมศักยภาพของบริษัท ด้วยการนำแนวคิดมาต่อยอดและพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันพบว่าหลายบริษัทยังไม่กล้าที่เข้าไปลงทุน เพราะมีข้อจำกัดที่มัวแต่คิดกำไรขาดทุน มองว่าเป็นการเสียโอกาสในการพัฒนาธุรกิจของแต่ละบริษัท เพราะขณะนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว หากมั่วแต่คำนวณอาจทำให้เสียโอกาสในการลงทุนและการต่อยอดพัฒนาธุรกิจ

นายภูริต ภิรมย์ภักดี เปิดเผยว่า ทีมงานสิงห์เวนเจอร์ ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชม บริษัทสตาร์ทอัพ ในซิลิคอน วัลเลย์ ร่วมกับทางทีมครีเอทีฟเวนเจอร์และทำให้เห็ นถึงการทำงานของครีเอทีฟ เวนเจอร์ ที่เข้าใจ เข้าถึงและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสตาร์ทอัพของที่นั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนที่สนใจลงทุนธุรกิจสตาร์ทอัพต้องการพันธมิตรที่มีศักยภาพและประสบการณ์ในการทำงานที่มากพอ เชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันจะทำให้สิงห์เวนเจอร์ได้เข้าถึงสตาร์ทอัพดีพเทคในสหรัฐฯได้อย่ างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บทความก่อนหน้านี้พระมหาไพรวัลย์ รับ ยุคสมัย-เมือง เปลี่ยนไปเยอะ แนะ วัด-คอนโด ควรหาทางออกร่วมกัน
บทความถัดไป‘ตร.สะเดา’ รวบหนุ่มสะสมอาวุธปืนเครื่องกระสุน