ครบ 6 เดือน บ้านหลังสุดท้าย ‘ป้อมมหากาฬ’ ถูกรื้อ ชาวบ้านเผยกระทบอาชีพ ทำแพแตก เห็นสวนแล้วหดหู่

ป้อมมหากาฬ – ตุลาคม 2561 ถือได้ว่าครบรอบ 6 เดือนของการรื้อชุมชนป้อมมหากาฬระลอกสุดท้ายในช่วงปลายเดือนเมษายน 2561

มีการปรับพื้นที่เป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ปูหญ้า สร้างทางเดิน มีห้องน้ำชั่วคราวไว้ให้บริการ ปักป้ายข้อมูลบ่งบอกประวัติศาสตร์ในจุดต่างๆ อาทิ ตรอกนกเขา, ตรอกถ่าน, ตรอกพระยาเพ็ชรปาณี โรงลิเกแห่งแรกในกรุงเทพ สมัยรัชกาลที่ 5 ฯลฯ รวมถึงบูรณะอาคารและท่าเรือพระยาญาณประกาศ ท่าเรือสมะยรัชกาลที่ 6 โดยจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์ชุมชนป้อมมหากาฬ

อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่โดย “มติชนออนไลน์” หลายครั้ง ยังไม่พบการเปิดห้องนิทรรศการให้เข้าชมแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในด้านต่างๆตลอดมาจากพลังโซเชียลที่ติดตามประเด็น “พื้นที่สาธารณะ” ทั้งที่นั่ง ซึ่งมีเก้าอี้เพียง 2 ตัว , ห้องน้ำที่ใช้ได้เพียงฝั่งผู้ชายฝั่งเดียว ซ้ำล่าสุด มีการตั้งโต๊ะเก็บเงินค่าเข้า อ้างช่วยค่าน้ำไฟให้ “กทม.” แต่เมื่อถูกซักถามในรายละเอียด จึงบอกว่า “ไม่จ่ายก็ได้”

สำหรับไฟส่องสว่าง ถูกเปิดขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00 น.

ส่วนผู้ใช้บริการ ยังนับว่าบางตา ส่วนใหญ่ใช้เป็นทางเดินผ่านระหว่างฝั่งคลองหลอดวัดเทพธิดารามและตัวป้อมมหากาฬ หัวมุมถนนมหาไชย

บางส่วนเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แวะเข้าเดินชมบรรยากาศ และอ่านป้ายข้อมูล

อย่างไรก็ตาม “ขาประจำ” ก็พอมี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัยทำงานที่อาศัยอยู่ในย่านใกล้เคียง เช่น บริเวณสะพานผ่านฟ้า

ลือศักดื์ มีแย้ม วัย 53 ปี คือชาวบ้านที่อยู่อาศัยในชุมชนมาเกือบทั้งชีวิต บ้านเดิมก่อนถูกรื้ออยู่ใกล้คลองหลอดวัดเทพธิดาราม ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ในวันนี้กลายเป็นพื้นที่โล่ง ไม่เหลือร่องรอยคงามเป็นชุมชน

เจ้าตัวเล่าว่า หลังบ้านถูกรื้อ ได้ย้ายไปอยู่บ้านเช่ากับพี่สาวในย่านหนองแขม ในราคาเดือนละ 4,000 บาท ยอมรับว่าต่องให้พี่สาวเป็นคนจ่ายค่าเช่า เพราะรายได้ลดลงมากหลังย้ายออกไป

“ตอนนี้ไปอยู่บ้านเช่ากับพี่สาว เช่าเดือนละ 4,00 พี่สาวจ่าย อาชีพก็ยังรับจ้างทั่วไป รายได้ลดลงมาก ลำบากชึ้นเยอะ เพราะไม่รู้จักใคร อยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่ ไม่เหมือนที่นี่ ที่เป็นพี่น้อง แต่แพแตกไปแล้ว ทุกคนกระสานซ่านเซ็น พูดไม่ออก ความรู้สึกหดหู่มาก มองสวนแล้วเหมือนไม่ใช่บ้านเราอีกต่อไป”

ลือศักดิ์ เล่าอีกว่า นอกจากตัวเขาเองที่ได้รับผลกระทบ. หลานซึ่งเรียนอยู่ในโรงเรียนใกล้ๆกับชุมชนป้อมมหากาฬเดิมก็รับผลไปด้วย โดยทุกวันนี้ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อนั่งรถเมล์หลายต่อมาเรียนหนังสือ

ส่วนความคืบหน้าเรื่องอดีตประธานชุมชน คือ นายธวัชชัย วรมหาคุณ และชาวบ้านกลุ่มหนึ่งร่วมกันซื้อที่ดินย่านพุทธมณฑลสาย 2 นั้น ลือศักดิ์บอกว่า ตนก็เป็นอีกคนที่ร่วมซื้อด้วย โดยคาดว่าจะเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับการสร้างบ้าน. และชุมชนป้อมมหากาฬขึ้นใหม่อีกครั้ง

แม้ไม่ใช่พื้นที่เดิม แต่จิตวิญญาณยังคงอยู่

บทความก่อนหน้านี้‘พลังพลเมืองไทย’ถกตั้งกก.เฟ้นผู้สมัครส.ส. 21 ต.ค. ยันส่งชิงทุกเขต
บทความถัดไปอปท.สงขลา ค้าน! กรมท้องถิ่น สั่งห้ามรถฉุกเฉินรับส่งผู้ป่วย หวั่น กระทบผู้มีรายได้น้อย