นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าแก้ปัญหาปาล์มล้นและราคาตกต่ำ ว่า ในสัปดาห์หน้า จะเชิญห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ มาขอความร่วมมือในการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันปาล์ม ไม่ให้ต่ำกว่าต้นทุน เพราะหลังจากตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มบรรจุขวด(ลิตร) พบว่า ห้างค้าปลีกบางแห่ง ขายในราคาต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งในระยะยาวจะกระทบต่อผู้ผลิตและร้านค้าจำหน่ายรายเล็กทั่วไป ที่ไม่อาจแข่งขันราคาได้เท่ารายใหญ่ จะเป็นผลกระทบต่อเนื่องถึงวงจรปาล์ม ตั้งแต่ สินค้าล้นตลาด ราคารับซื้อปาล์มจากเกษตรกรลดลง ซึ่งการค้ากำหนดราคาขายต่ำกว่าต้นทุน ถือว่าเป็นดัมพ์ราคา เป็นการผิดกฎหมายแข่งขันการค้า
แหล่งข่าวจากกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์จำหน่ายน้ำมันปาล์มขวดตามห้างและร้านค้าทั่วไป พบว่า ห้างขนาดใหญ่บางแห่ง มีการแข่งขันจัดโปรโมชั่นลดราคาน้ำมันปาล์มขวด(ลิตร)เหลือ 27-28 บาท หากคิดจากต้นทุนน้ำมันรวมกับค่าใช้จ่ายการผลิตและขนส่ง น่าจะขายได้ในราคา 30-31 บาท/ลิตร เมื่อทอนเป็นราคาน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ 20-22 บาท/กก. และผลปาล์มเกิน 3.0-3.20 บาท ซึ่งค้าปลีกรายใหญ่ถือว่าเป็นตลาดหลักที่ประชาชนเลือกซื้อสินค้าและมีส่วนแบ่งตลาด 50-60% ขณะที่ห้างเล็กและร้านค้าย่อยมีปริมาณเป็นแสนแห่ง หากปล่อยให้ดัมพ์ราคาต่อเนื่อง จะกระทบทั้งอุตสาหกรรมปาล์ม จนเกิดปัญหาปาล์มล้นตลาดและราคาตกต่ำ
ทั้งนี้ จากตัวเลขปาล์มน้ำมัน พบว่า ผลผลิตปาล์มสดปี 2561 จะเพิ่มขึ้น 8% มีผลผลิต 15.39 ล้านตัน พื้นที่เพาะปลูก 5 ล้านไร่ เพิ่มขึ้น 4.30 % และการผลิตต่อไร่อยู่ที่ 3.01 บาท/กก. เพิ่มขึ้น 0.33% แม้ความต้องการในประเทศเพิ่มขึ้น 11.50% หรือ 13.28 ล้านตันผลปาล์ม แต่เจอปัญหาส่งออกลดลง และราคาปาล์มโลกหมดลงแล้ว 40% ทำให้ความสามารถแข่งขันของไทยลดลง หากเทียบกับ 2 ประเทศผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่อย่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย ที่มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 70% และไทยเป็นประเทศส่งออกอันดับ 4-5 ของโลก จึงกำหนดราคาเองได้ยาก

