พิลึก!! ยื่น สตง.สอบเทศบาลนครสงขลาทำสัญญาจ้างรื้อถอนอาคารแค่ 1 บาท

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ชุมชนประมงเก่า ริมถนนวิเชียรชม หมู่ 5 ตำบลบ่อยาง อ.เมือง ซึ่งเป็นย่านการค้าตลาดเมืองสงขลา และอยู่ในพื้นที่รอบนอกของเมืองเก่าสงขลา ร้องเรียนว่าถูกเทศบาลนครสงขลาไล่รื้อออกจากบ้านเรือนของตัวเอง โดยพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีอาคารประมาณ 70 หลัง เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เป็นที่ดินของเทศบาลนครสงขลา ที่ให้เซ้ง และเช่ามานานกว่า 50 ปี ล่าสุดได้หมดสัญญาเช่า และ เทศบาลได้แจ้งให้ผู้เช่าทราบ เพื่อขอให้ย้ายออก และไม่ต่อสัญญา โดยอ้างว่าอาคารเก่าต้องทุบทิ้ง จากการตรวจสอบพบว่าสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่มีร่องรอยการทุบตึก รื้อบ้าน มีเพียงอาคารพานิชย์ที่อยู่ติดถนน ที่ยังไม่มีการรื้อถอน ซึ่งมีทั้งร้านยา ร้านถ่ายรูป ซึ่งส่วนหนึ่งเตรียมย้ายออกไป ในขณะที่อีกส่วนอยู่ระหว่างฟ้องร้องดำเนินคดีกับเทศบาลนครสงขลา นอกจากนี้ ยังมีที่ตั้งของโรงรับจำนำเทศบาลนครสงขลาก็อยู่ในที่ดินที่ถูกไล่รื้อ ที่ขณะนี้ยังเปิดทำการและเทศบาลนครสงขลาก็ยังไม่มีแนวคิดว่าจะให้โรงจำนำแห่งนี้ย้ายไปอยู่ที่ไหน

นายอภินันท์ จิตโสภา ชาวบ้านที่ถูกทุบรื้อบ้าน กล่าวว่า เพิ่งมาลงทุนทำร้านอาหารในย่านนี้ประมาณ 4 ปี หมดเงินไปกว่า 7 แสนบาท ที่กล้ามาลงทุนเพราะได้พูดคุยกับนายกเทศมนตรีนครสงขลา ว่าให้ช่วยกันฟื้นฟูสร้างสีสันของเมืองสงขลา แต่เมื่อ 5-6 เดือนที่ผ่านมา กลับได้รับการแจ้งจากเทศบาลนครสงขลาว่าให้ย้ายออกไป เพราะเทศบาลไม่ต่อสัญญาให้กับชาวบ้านที่เป็นผู้เช่าแล้ว ทั้งที่มีผู้มาลงทุนทำร้านอาหารบริเวณนี้หลายแห่ง นอกจากนี้ ยังไล่รื้อโดยไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างมาก

“ชาวบ้านที่ยังไม่ย้ายออกมีจำนวนหนึ่ง ที่ไม่ย้ายไม่ใช่ดึงดันที่จะอยู่ แต่เพราะไม่มีที่จะไป บางคนมีผู้ป่วยติดเตียง บ้านครอบครัวเงินทั้งหมดลงทุนเซ้งบ้านเพื่ออยู่อาศัย และค้าขาย ขณะที่การไล่รื้อกลับใช้วิธีที่แล้งน้ำใจ ที่เคยรับปากกับชาวบ้านว่าเมื่อการรื้อทุบแล้ว จะก่อสร้างตึกใหม่ โดยจะให้สิทธิผู้อาศัยรายเดิมก่อน แต่เมื่อถึงเวลาจอง คนที่ออกมาโวยวายกลับไม่ได้สิทธิใดๆ เป็นเรื่องที่ชาวบ้านคาใจอย่างมาก” นายอภินันท์ กล่าว

นางเนาวรัตน์ บูรณะเสน ชาวบ้านที่เดือดร้อน กล่าวว่า ตนเก็บเงินมาทั้งชีวิตเพื่อมาเซ้งบ้านเป็นที่อยู่อาศัย และทำกิน โดยมีแม่อายุ 70 กว่าปี มีหลานที่ต้องเลี้ยงดู แล้วบริเวณชุมชนแห่งนี้เต็มไปด้วยตึกร้าง ร่องรอยการทุบตึก เศษปรักหักพัง ทำให้ไม่มีอาชีพ แล้วยังถูกไล่รื้ออีก ตนไม่มีที่ไป ไม่มีเงินเหลือ จะให้ไปอยู่ที่ไหน เทศบาลนครสงขลาไม่เคยมาเหลียวแล หรือคิดจะให้ความช่วยเหลือเลย ซึ่งสภาพเช่นนี้ก็ไม่ได้อยากอยู่ เพราะทุกวันนี้ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินไม่มีเหลืออยู่เลย ทุกวันต้องผวา กลัวโจรเข้าบ้าน แม่ที่อายุมากอยู่กับหลาน อะไรก็เกิดขึ้นได้ จึงอยากขอความเห็นใจให้เข้ามาช่วยเหลือดูแลกันบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า เทศบาลนครสงขลาได้ว่าจ้างเอกชนเข้าทำการรื้อถอน ตามโครงการรื้อถอนอาคารย่านเมืองเก่าที่ดินเทศบาล ถ.วิเชียรชม ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา ในราคา 1 บาท (หนึ่งบาท) จากราคากลางที่ตั้งเอาไว้ที่ 2.9 ล้านบาท มีระยะเวลาในการดำเนินการตั้งแต่ 3 เมษายน 2561 สิ้นสุดวันที่ 30 สิงหาคม 2561 เป็นระยะเวลา 150 วัน ในขณะนี้หมดสัญญาจ้างแล้ว แต่การดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ โดยมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดผู้รับจ้างจึงได้ประมูลงานเพียง 1 บาท ซึ่งการตรวจสอบพบว่าในสัญญามีหมายเหตุว่า ทางผู้รับจ้างได้ชำระเงินให้กับเทศบาลนครสงขลา 5 แสนบาท เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์จากการรื้อถอน รวมถึง หากดำเนินการล่าช้าพร้อมที่จะชดใช้ค่าเสียหายวันละ 10,000 บาท โดยมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าวัสดุจากการรื้อถอน ส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้อดี คุณภาพดี มีราคาสูง และการประมูลงานรื้อถอนในราคาเพียงบาทเดียว เป็นเพราะทรัพย์สินที่ได้จากการรื้อถอนนั้น มีมูลค่าที่จะสร้างกำไรให้กับผู้รับจ้างมากกว่าค่าจ้างรื้อถอนหรือไม่ ซึ่งทำให้เทศบาลนครสงขลาเสียประโยชน์จากโครงการนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เครือข่ายภาคประชาชนอยู่ระหว่างการร้องเรียนไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดสงขลา และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเขตพื้นที่ 9 เพื่อเข้ามาตรวจสอบแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้234ทีมลูกหนังขาสั้นร่วมโม่แข้งบอลคิงเพาเวอร์คัพเปิดพ.ย.นี้
บทความถัดไป‘ชาติพัฒนา’ ลุยตั้งสาขาทั่วประเทศภายใน พ.ย.นี้ เผยคนรุ่นใหม่สมัครสมาชิกพรึ่บ