เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน บริเวณแพปลาอำเภอกันตัง จ. ตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการทำประมงยังคงเงียบด้วยสาเหตุที่หลายแพปลามีการจอดเรือไม่ออกไปหาปลา เนื่องจากขณะนี้ประสบปัญหาความเดือดร้อนที่กระทบต่อการทําอาชีพประมงอย่างมาก โดยเฉพาะกฎหมายที่ทางรัฐบาลออกมาเป็นการควบคุมและล้อมกรอบการทำประมงนำมาสู่ปัญหาการทำประมงอย่างมาก

ไต๋ก่งเรือแพปลารายหนึ่ง ใน อ.กันตัง จ.ตรัง กล่าวว่า ปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงพาณิชย์ทั่วประเทศขณะนี้เดือดร้อนหนัก จากกฎระเบียบต่างๆที่ออกมาบังคับรายวัน ซึ่งเจ้าของเรือก็พร้อมปฏิบัติตาม แต่ขณะนี้ถูกปัญหารุมเร้าเพิ่มขึ้นทั้งจากปัญหาน้ำมันราคาแพง และรัฐปล่อยให้สัตว์น้ำทะเลจากเมียนม่าร์เข้าตีตลาดสัตว์น้ำในไทย ทำให้เรือทุกลำประสบภาวะขาดทุน อย่างเรืออวนลากต่อเที่ยวค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 บาท แต่พอไปจับสัตว์น้ำมาได้ 1 เที่ยว ขายปลาได้เพียงประมาณ 100,000 – 200,000 บาท ทำให้ขาดทุนยับเยิน

“จึงสนับสนุนที่จะให้ตัวแทนเข้าไปยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ลงมารับรู้ปัญหาและแก้ไขด้วยตัวเองอย่างเร่งด่วน เพราะปัญหาดังกล่าวเกิดจากภาครัฐปล่อยให้มีการน้ำเข้าสัตว์น้ำทะเลเข้ามาอย่างเสรี โดยไม่จำกัดปริมาณ โดยรัฐบาลไม่ควบคุม จึงเป็นการซ้ำเติมปัญหาเดือดร้อนหนัก ทัั้งนี้ มีชาวเรือจำนวนมากที่ทนไม่ได้แล้ว อยากให้มีการรวมพลชุมนุมเรียกร้อง ซึ่งพวกตนก็พร้อมจะเข้าร่วม หากรัฐบาลยังไม่เร่งดำเนินการช่วยเหลือ” ไต๋ก่ง กล่าว


