หน้าแรก เศรษฐกิจ เร่งเคาะราคาน...

เร่งเคาะราคาน้ำตาล-ช่วยค่าผลิต6,500ล้าน’ของขวัญปีใหม่’ชาวไร่11ล้านคน

24.11.18 | 11:49 น.

นางวรวรรณ ชิตอรุณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ว่า สอน.อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.)ที่มีนายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน พิจารณา 2 เรื่องด่วน คือ การประกาศราคาอ้อยขั้นปลายฤดูการผลิตปี 2560/61 เบื้องต้นราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 792 บาทต่อต้นอ้อย น้อยกว่าราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2560/61 ซึ่งอยู่ที่ราคา 880 บาทต่อตันอ้อย หรือเป็นส่วนต่าง 88 บาทต่อตันอ้อย รวมเป็นเงินที่โรงงานต้องได้คืนจากระบบเนื่องจากจ่ายส่วนเกินดังกล่าวให้ชาวไร่ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท โดยส่วนนี้กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายจะเข้าไปดำเนินการ นอกนี้จะเสนอกอน.พิจารณาราคาน้ำตาลขั้นต้นของฤดูการผลิตปี 2561/62 ซึ่งล่าสุดขยับขึ้นมาเป็น 700 บาทต่อตันอ้อย จากเดิมคำนวณที่ 680 บาทต่อตันอ้อย เนื่องจากได้อานิสงค์จากการเทขายในตลาดโลกเพื่อทำกำไรซึ่งเวลานั้นเงินบาทอ่อนค่าในระยะสั้น

“จะเร่งเสนอมติกำหนดราคาทั้งขั้นปลาย2560/61และขั้นต้น2561/62 ต่อนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ภายในเดือนธันวาคม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ ถึงเวลาทั้งชาวไร่และโรงงานจะได้รับเงินอ้อยภายในเดือนมกราคมแน่นอน”นายวรวรรณกล่าว

นางวรวรรณกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ามติครม.ในการอนุมัติช่วยค่าผลิตอ้อยตันละ 50 บาทต่ออ้อยแก่ชาวไร่ 11 ล้านรายทั่วประเทศ วงเงิน 6,500 ล้านบาทนั้น สอน.จะเร่งพิจารณาเพื่อให้เงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลที่กำหนดให้จ่ายเงินดังกล่าวให้หมดภายในสิ้นเดือนมกราคม2562 มั่นใจว่าชาวไร่จะได้รับเงินดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนดแน่นอน

นางวรวรรณกล่าวว่า ส่วนมติครม.ที่กำหนดให้โรงงานกู้เงินจากกองทุนอ้อยฯ จ่ายให้ชาวไร่อ้อย 9,000 ล้านบาท คิดเป็นตันละ 70 บาท โดยโรงงานน้ำตาลทรายจะออกให้ก่อนมาจากการคำนวณล่วงหน้าจากเงินส่วนต่างๆ ที่จะได้ในฤดูการผลิต 2561/2562 แต่ขณะนี้ติดปัญหาที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ทำให้ขณะนี้มีกรรมการลาออกแล้ว 2 คน เนื่องจากมองว่ามีความยุ่งยาก ซึ่งตามหลักการคณะกรรมการฯ จะไม่สามารถประชุมได้หากไม่ครบองค์ประชุม ดังนั้นจะส่งผลต่อการอนุมัติวงเงินดังกล่าวด้วย

“ป.ป.ช.กำหนดให้คณะกรรมการฯ ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินภายในวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ดังนั้นระหว่างนี้ก็ได้แจ้งกรรมการบริหารไปว่าหากใครจะลาออกก็ให้รีบแจ้ง และแต่งตั้งคนให้เข้ามาทำงาน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการจ่ายเงินชดเชยในส่วนนี้ นอกจากนี้ในวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้จะมีการหารือกับสมาคมธนาคารไทย เกี่ยวกับการกู้เงินจ่ายชดเชยดังกล่าวเพื่อให้ธนาคารสำรองเงินไว้” นางวรวรรณกล่าว

Advertisement