หน้าแรก เศรษฐกิจ กนย.ไฟเขียว จ...

กนย.ไฟเขียว จ่ายเงินช่วยชาวสวนยาง เจ้าของได้ 1,100 บาท/ไร่ คนกรีดได้ 700 บาท/ไร่

29.11.18 | 14:45 น.

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการแก้ไขปัญหายางพาราใน 3 โครงการ ตามที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)เสนอ คือ 1.โครงการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนยาง บรรเทาความเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ไร่ละ 1,800 บาท ไม่เกินรายละ 15 ไร่ แยกเป็นเพื่อช่วยเหลือเจ้าของสวน 1,100 บาทต่อไร่ และคนกรีดยาง 700 บาทต่อไร่

2.โครงการสร้างถนน 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ซึ่งมีเป้าหมายสร้างทำถนนลาดยางมะตอยผสมยางพารา หรือ ถนนพาราซอยด์ซีเมนต์ทั่วประเทศ จำนวน 75,032 หมู่บ้าน รวม ระยะทาง 75,032 กิโลเมตร(กม.) งบประมาณ 92,327 ล้านบาท แบ่งเป็น งบประมาณค่าน้ำยางสด 16,326 ล้านบาทและ งบประมาณค่าก่อสร้าง ไม่รวมค่าน้ำยาง 75,962 ล้านบาท และค่าบริหารโครงการ 38.0720 ล้านบาท เริ่มดำเนินการเดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562 คาดว่าช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศ โดยเพิ่มการใช้น้ำยางสด 1.44 ล้านตัน หรือจำนวนน้ำยางข้น 720,320 ตัน

“งบประมาณที่ใช้จะเป็นงบเหลือจ่ายขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ซึ่ง 1 กิโลเมตร ที่สร้างเป็นระยะทางเบื้องต้นที่กำหนดให้ทุกอบต.ต้องใช้ยางเป็นส่วนผสมในการสร้างถนน แต่ในความเป็นจริงคาดว่าจะใช้มากกว่านั้นเพราะไม่มีหมู่บ้านไหนที่สร้างถนนแค่ 1 กิโลเมตร วิธีการนี้จะช่วยดูดซับยางออกจากระบบเร็วและมาก แต่กกระทรวงเกษตรฯจะไม่เร่งรัดการดำเนินการ แล้วแต่ความพร้อม เพราะงบประมาณที่ใช้เป็นงบปกติปี 2562 ของแต่ละอบต. ซึ่งขณะนี้มีหลายจังหวัดเริ่มแล้ว และมีกว่า 40 จังหวัด ที่สนใจจะทำ” นายกฤษฎากล่าว

และ3.โครงการการบริหารจัดการรักษาเสถียรภาพราคายางของสถาบันเกษตรกร ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท ในการแปรรูปยางเพื่อการส่งออก โดยเงินจำนวนนี้จะใช้วงเงินสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยธ.ก.ส.คิดดอกเบี้ยในอัตรา 4% ต่อปี สถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี และรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้กับธ.ก.ส.ในอัตรา 3.44 % ต่อปี รวมวงเงิน 199.50 ล้านบาท ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ขอตั้งงบประมาณเพื่อขอรับการชดเชยตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบ

ส่วนค่าบริหารโครงการ ขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนจ่ายขาดให้กับสถาบันเกษตรกรเป็นค่าบริหารการแปรรูปยางพาราให้กับสมาชิกของสถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านกรมส่งเริมสหกรณ์ ในอัตรา 2 บาทต่อกิโลกรัม รวมเป็นเงิน 200 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์จะฝากไว้กับ ธ.ก.ส. และให้ธ.ก.ส. ทำหน้าที่โอนเงินให้สถาบันเกษตรกรตามค่าใช้จ่ายจริง

Advertisement

“เบื้องต้นมีสหกรณ์ที่รวมกลุ่มและเข้าร่วมโครงการแล้ว 8 กลุ่ม จึงสั่งให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ และ กยท. เคัดเลือกสหกรณ์ที่มีความเข้มแข็งเพิ่มเข้ามาอีก ส่วนวันที่ 5-6 ธันวาคมนี้ กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการหารือกับผู้ผลิตล้อยางในประเทศและต่างประเทศอีกครั้ง เนื่องจากถ้าบริษัทฯ ผลิตล้อยางเพิ่มปริมาณรับซื้อยางจากชาวบ้าน บริษัทฯ จะได้รับความช่วยเหลืออะไรจากรัฐบาลบ้าง” นายกฤษฎากล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนของการลดพื้นที่ปลูกยาง กรณีสวนยางอายุตั้งแต่ 15 ปี หรือเกิน 25 ปี หรือสวนยางที่มน้ำยางน้อย อยากให้หยุดปลูกต่อ และถ้าหากพื้นที่ใดต้องการปลูกยางใหม่จะต้องวางแผนแปลงใหม่ โดยปลูกพืชแซมสวนยาง หรือปลูกพืชอื่นๆ ไปด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจาก 3 หน่วย คือ กยท. กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อการสนับสนุนเกษตรกร ในการหาเมล็ดพันธุ์พืชที่เกษตรกรต้องการเปลี่ยน ให้แล้วเสร็จก่อนขึ้นปีใหม่นี้