เฮ! สรรพากรเล็งชงครม.ไฟเขียวช้อปช่วยชาติ 4ธ.ค.นี้ คาดรัฐสูญรายได้ 1,600 ล.(มีคลิป)

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรมีความพร้อมดำเนินมาตรการช้อปช่วย คาดว่าจะเสนอครม.วันที่ 4 ธันวาคม และเริ่มดำเนินโครงการวันที่ 15 ธันวาคม 2561-วันที่ 16 มกราคม 2562 เป็นเวลา 1 เดือน คาดว่าจะทำให้กรมสูญเสียรายได้ประมาณ 1,600 ล้านบาท จากปีก่อนสูญเสียรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาทและมีผู้มาใช้สิทธิ์ประมาณ 1.4 ล้านคน โดยปีนี้คาดว่าจะสูญเสียรายได้น้อยกว่าเนื่องจากกำหนดสินค้า 3 กลุ่มคือ ล้อรถยาง หนังสือ และสินค้าโอทอป

นายปิ่นสายกล่าวว่า ในส่วนยางล้อรถได้ทั้งรถจักรยาน รถจักรยายนต์ รถ 4 ล้อ รถ 6 ล้อ รถ 10 ล้อ มีเอกสารต้องใช้สำหรับลดหย่อนภาษีคือคูปองที่กรมสรรพากรและการยางแห่งประเทศไทย(กยท.)ออกให้ และใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ กรมสรรพากรเตรียมคูปองไว้ประมาณ 2 แสนใบ ในการได้มาของคูปองผู้ผลิตล้อยางทั้ง 28 บริษัท ต้องมาซื้อยางกับกยท.จึงจะได้คูปองดังกล่าวไป มีสูตรในการคิดคือ ยาง 1 ตันเท่ากับล้อยาง 80 เส้น ตรงนี้จะเป็นการช่วยระบายสต็อคยางของกยท.มีอยู่ประมาณ 6,000 ตันออกไป

นายปิ่นสายกล่าวว่า สำหรับกลุ่มหนังสือได้สิทธิ์ทั้งหนังสือไทยและหนังสือต่างประเทศ เอกสารลดหย่อนภาษีคือใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี เนื่องจากหนังสือเป็นกลุ่มที่ไม่เสียภาษีดังนั้นบางร้านอาจไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต)ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินที่มีชื่อผู้ซื้อ ผู้ค้า ชื่อสินค้า ราคา วันที่ นำมาลดหย่อนภาษีได้ ส่วนสินค้าโอทอปต้องลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน ไม่จำเป็นต้องซื้อจากร้านที่จดทะเบียนแวต สามารถใช้เพียงใบเสร็จรับเงินมาลดหย่อนภาษีได้ แตกต่างจากปีที่ผ่านมาต้องซื้อจากร้านที่จดทะเบียนแวตเท่านั้น

“ในการใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้รับเงินคืนภาษีเท่ากับฐานภาษี เช่น ฐานภาษี 5% ได้คืน 750 บาท ฐานภาษี 10% ได้คืน 1,500 บาท แต่ในปีนี้แยกสิทธิ์ลดหย่อน 2 ปีภาษี หากซื้อสินค้าวันที่ 15-31 ธันวาคม 2561 ใช้ลดหย่อนสำหรับปีภาษี 2561 ยื่นแบบช่วงมกราคม-มีนาคม 2562 หากซื้อสินค้าวันที่ 1-16 มกราคม 2562 ต้องนำไปใช้ลดหย่อนในปีภาษี 2562 แต่รวมกัน 2 ปีภาษีต้องไม่เกิน 15,000 บาท”นายปิ่นสายกล่าว

นายปิ่นสายกล่าวว่า สำหรับกรณีมีวิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการช้อปช่วยชาติว่าเป็นการช่วยนายทุนเจ้าของห้างสรรพสินค้ามากกว่าช่วยประชาชนและควรนำงบประมาณไปช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและชาวบ้านระดับรากหญ้ามากกว่านั้นสรรพากรชี้แจงว่ามาตรการนี้ทำเพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งในปีนี้กำหนดประเภทสินค้า 3 ประเภทไม่ได้ให้หมดเหมือนปีก่อนๆ

“ให้ซื้อล้อยางเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับความเดือดร้อนจากราคาผลผลิตตกต่ำ หนังสือเพื่อสนับสนุนการอ่าน เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์และเป็นไปตามที่กรมสรรพากรได้เคยหารือกับกระทรวงวัฒนธรรม ส่วนโอทอปช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน”นายปิ่นสายกล่าว

บทความก่อนหน้านี้ดัน ‘นวดไทย’ ขึ้นทะเบียนมรดกทางภูมิปัญญาของโลกปีหน้า ‘ต้มยำกุ้ง’ คิวถัดไป
บทความถัดไปพท.โคราช โวย! คสช.ครอบงำแบ่งเขต ทำเลือกตั้งอึมครึม จ่อร้อง UN ร่วมสังเกตการณ์