บ.ล้อยาง จี้สรรพากรแก้เกณฑ์ซื้อยางกยท.ในโครงการช็อปช่วยชาติ

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากรที่กำหนดให้ประชาชนสามารถนำค่าซื้อยางล้อ ไปหักลดหย่อนภาษีปี 2561 โดยต้องซื้อระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2561-16 มกราคม 2562 วงเงินไม่เกิน 15,000 บาท ขณะนี้ ในส่วนของคูปอง ทาง กยท.ได้เตรียมพร้อมให้บริษัทผู้ผลิตยางล้อมารับไปเพื่อแจกให้กับประชาชนที่สนใจ ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้

นายณกรณ์ กล่าวว่า มีบริษัทที่ซื้อยางจาก กยท.ตามมติ ครม.ที่ต้องการให้เอกชนช่วยซื้อยางจากชาวสวน เพื่อดันให้ราคายางพาราสูงขึ้น นั้น เข้าร่วมโครงการแล้วจำนวนหนึ่ง อาทิ ยางรถยนต์ยี่ห้อดีสโตน ยางโอตานิ ยางมอร์เตอร์ไซต์ และยางจักรยานจำนวนมาก ซึ่งผู้บริโภคต้องประสานไปยังร้านยางเอง ว่า มียางล้อรถยี่ห้อไหนบ้านที่เข้าร่วมโครงการ และเข้าเงื่อนไขตามที่ครม.อนุมัติ เพื่อช่วยเหลือชาวสวนยาง

แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 กยท.และเอกชนผู้ผลิตยางล้อรายใหญ่ของโลก อาทิ บริษัท บริดสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท กู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ เป็นต้น ได้เข้าพบกรมสรรพากร เพื่อให้แก้ไขกฏเกณฑ์ของโครงการช็อปช่วยชาติ หลังจากมติ ครม.กำหนดให้การช็อบช่วยชาติ ในหมวดของล้อยาง จะสามรถนำไปลดหย่อนภาษีได้ต้อง เป็นบริษัทผู้ผลิตยางที่ซื้อยางจาก กยท.เท่านั้นจึงจะเข้าร่วมโครงการและ ประชาชนจึงจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

“ต้องยอมรับว่า เอกชนผู้ผลิตยาง 5-6 รายของโลก เกือบทุกรายไม่ได้ซื้อยางจาก กยท. แต่ซื้อยางจาก 5 เสือส่งออกแทน จึงทำให้กลุ่มเหล่านี้ไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับคูปองจาก กยท. จึงอยากให้ ขอ ครม.เพื่อเปลี่ยนแปลงกฏเกณฑ์ใหม่ โดยให้เหตุผลว่า คนที่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ไม่กี่ราย แต่จากการหารือ ทั้งกระทรวงเกษตรและ กยท.และกรมสรรพากรมองว่าหากมีการแก้กฏเกณฑ์จะเป็นการเอื้อประโยชน์กับเอกชน และจุดประสงค์โครงการ คือ อยากให้ผู้ผลิตยางล้อช่วยเหลือชาวสวนให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงขอยืนยันโครงการตามมติ ครม.” แหล่งข่าวกล่าว

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“โบรก”ประเมินตลาดหุ้นยังคาดยากว่าใครชนะไฮสปีดเทรน ดึงหุ้นลงเกือบหมด
บทความถัดไปข่าวร้ายรับปีใหม่! 21 ม.ค.62 ขสมก.-รถร่วม เตรียมขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท