กยท.แจกคูปองลดหย่อนภาษี “โครงการช้อปยางล้อช่วยชาติ” กว่าพันร้านค้า ล็อตแรก 2 แสนใบ

dig

เมื่อวันที่ 18 ธันวาค 2561 ที่ห้องประชุมรัษฎา อาคาร 2 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการช้อปช่วยชาติของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมนี้-16 มกราคม 2562 ในสินค้า 3 ประเภท ได้แก่ หนังสือ สินค้าโอทอป และยางรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ที่ประชาชนจะสามารถนำยอดการซื้อไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาทนั้น ในส่วนของยางรถยนต์ที่กยท.เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ขณะนี้มีภาคเอกชนที่เป็นบริษัทผู้ประกอบการยางตกลงซื้อวัตถุดิบยางจาก กยท. เพื่อนำไปผลิตล้อยางแล้วจำนวน 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท แม็กซิส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ดีสโตน จำกัด และบริษัท ยางโอตานิ จำกัด

สำหรับคูปองลดหย่อนภาษีที่จัดสรรให้กับบริษัทผู้ผลิตยางล้อ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ คูปองสำหรับยางล้อรถยนต์ ประเภท 4 ล้อ ได้รับคูปองจำนวน 100 ใบ ต่อการซื้อวัตถุดิบ 1 ตัน และคูปองสำหรับยางล้อรถจักรยานยนต์หรือรถจักรยาน ประเภทรถ 2 ล้อ ได้รับคูปองจำนวน 500 ใบ ต่อการซื้อวัตถุดิบ 1 ตัน ซึ่งปัจจุบันทั้ง 5 บริษัท ได้ซื้อยางจากสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท.แล้วกว่า 2,000 ตัน หรือ 2 ล้านกิโลกรัม และกยท.ได้มอบคูปองลดหย่อนภาษีไปให้ผู้ประกอบการเหล่านี้แล้วกว่า 200,000 ใบ เพื่อให้แต่ละบริษัทนำคูปองไปกระจายต่อให้ร้านค้าที่จำหน่ายยางและตัวแทนของบริษัทจำนวนกว่า 1,000 ร้านค้าที่ร่วมโครงการ

“สำหรับการซื้อยางรถยนต์จะต้องมีใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ และคูปองที่ กยท. ออกให้ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อใช้หักลดหย่อนภาษีในปีที่ซื้อ ซึ่งหากซื้อช่วงปีไหนก็จะหักลดหย่อนภาษีในปีนั้น ในวงเงินไม่เกินคนละ 15,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมนี้-16 มกราคม 2562 รวมระยะเวลา 1 เดือน” นายกฤษฎา กล่าวและว่า หลังจากรัฐบาลเริ่มโครงการใช้ยางในประเทศ อาทิ ใช้ยางพาราทำถนนหมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ราคายางพาราก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นหลังปีใหม่จะหารือกับกยท.อีกครั้ง เพื่อเพิ่มการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้นอีก

นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีบริษัทผู้ผลิตล้อยางต่างชาติ ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการนี้ อาทิ บริษัท วีรับเบอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท โยโกฮามา รับเบอร์ จำกัด เป็นต้น ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกัน เพราะบริษัทเหล่านี้ไม่เคยซื้อยางโดยตรงจากสถาบันเกษตรกร และซื้อยางผ่านบริษัทเอกชนที่ขายยางเท่านั้น หากจะเปลี่ยนมาซื้อยางจากสถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ที่ผลิตยาง บริษัทจะต้องส่งยางตรวจคุณภาพก่อนซึ่งใช้เวลานาน เบื้องต้นกยท.จึงมีแนวทางให้บริษัทเหล่านี้ทำสัญญาซื้อขายไว้ก่อนล่วงหน้า และส่งมอบยางให้ทีหลัง

นายเอกชัย ลิมปิโชติพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยางโอตานิ จำกัด กล่าวว่า หลังสิ้นสุดโครงการนี้ ยังยืนยันที่จะซื้อจากสหกรณ์ที่ผลิตยางต่อไป เพราะเป็นหนึ่งในนโยบายของบริษัทฯ ที่อยากช่วยส่งเสริมสหกรณ์ในการขึ้นมาทำธุรกิจผลิตยางล้อร่วมกัน ปัจจุบันบริษัทฯได้ซื้อยางโดยตรงจากสหกรณ์ที่ผลิตยางแล้ว 5-6 สหกรณ์ ส่วนสิ่งที่อยากเพิ่มเติม คืออยากให้ กยท. เข้าไปดูแลในเรื่องของคุณภาพยาง ให้ได้ตามมาตรฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ดี (จีเอ็มพี) รวมถึงเรื่องการส่งมอบให้ทันเวลาที่กำหนด

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon