มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ‘อีลิท อีดิชั่น’ยกระดับ4×4

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ค่ายรถยนต์แถวหน้าด้านเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบการยึดเกาะ และสมรรถนะบนทางออฟโรดมาอย่างยาวนาน

มิตซูบิชิ ปาเจโร พิสูจน์แล้วถึงความสำเร็จทั้งในด้านยอดจำหน่ายและในสนามแข่ง ด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของ มิตซูบิชิ ปาเจโร ถูกนำไปทดสอบในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับมืออาชีพ โดยการร่วมแข่งขันแรลลี่ข้ามประเทศที่หฤโหดที่สุดในโลกเป็นครั้งแรกนั้น มิตซูบิชิ ปาเจโร ที่ผ่านการปรับแต่งเพียงเล็กน้อยจบการแข่งขันระยะทาง 10,000 กิโลเมตร ในอันดับที่ 11 ประเภทโอเวอร์ออล จากรถที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมดกว่า 100 คัน

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ปรับแต่ง มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้มีศักยภาพสูงขึ้นทั้งในด้านความปลอดภัย ความทนทาน และสมรรถนะการขับขี่ในภาพรวม ก่อนจะคว้าชัยชนะอย่างรวดเร็วในประเภทโอเวอร์ออลในการลงแข่งขันครั้งที่ 3 ในปี 2528

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ลงแข่งขันในรายการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 25 ปี โดยกวาดชัยชนะทั้งหมด 12 ครั้งจากทั้งหมด 26 ครั้งที่เข้าร่วมการแข่งขัน (คว้าชัยชนะ 7 ครั้งติดต่อกันในปี พ.ศ.2544-2550) ทำให้ มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับฉายาว่าเป็น “ราชาแห่งทะเลทราย” อีกทั้งยังได้รับการบันทึกจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตที่คว้าชัยชนะการแข่งขันดาการ์แรลลี่มากที่สุด

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส รุ่นอีลิท อีดิชั่น รุ่นล่าสุด เพิ่งเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ใช้ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ในการปรับจูนระบบสมรรถนะ

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นการผสมผสานระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์และพาร์ตไทม์เข้าไว้ด้วยกัน ใช้ตัวควบคุมไฟฟ้า ช่วยปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่แทนที่การควบคุมด้วยมือ มีโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ดังนี้

โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD High-Range)-ระบบขับเคลื่อนล้อหลังช่วยลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วนกลไกที่ไม่จำเป็นบนถนนลาดยางเพื่อให้มีความประหยัดน้ำมันสูงสุด

โหมด 4H ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD High-Range)-ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อสำหรับใช้งานบนพื้นถนนที่เปียกลื่น พละกำลังจะกระจายสู่ล้อหน้า-หลังแบบ 40-60 โดยบนถนนทั่วไป พละกำลังจะกระจายแบ่งเป็น 50-50 ระบบ Torque-Sensitive Type เพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะและความปลอดภัยด้วยการทำงานในแบบ 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (Full Time All Wheel Control)

โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4WD High-Range with Locked Transfer) ระบบเฟืองท้ายกลาง (Center Differential Locked) มอบการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นบนพื้นถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะและลื่นไถลมาก รวมถึงบนพื้นทรายและพื้นผิวถนนที่ขรุขระแบบอื่นๆ โดยมีการกระจาย
กำลังขับเคลื่อนสู่ล้อทั้ง 4 เท่ากัน

โหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4WD Low-Range with Locked Transfer) ใช้เกียร์อัตราทดความเร็วต่ำและล็อกเฟืองท้ายกลางเมื่อต้องใช้แรงบิดมากขึ้นเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคบนเส้นทางที่มีก้อนหินใหญ่หรือดินโคลน

ระบบ Super Select 4WD-II ยังมาพร้อมโหมดออฟโรด (Off-Road) ยกระดับการยึดเกาะผ่านการปรับตั้งค่าในโหมดออฟโรดหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Gravel, Mud/Snow, Sand หรือ Rock แต่ละโหมดมีการทำงานของเครื่องยนต์และเบรกที่แตกต่างกันเพื่อเพิ่มสมรรถนะและการยึดเกาะสูงสุด โหมดที่ถูกเลือกจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอแสดงผล

คุณสมบัติที่โดดเด่นของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อยังรวมถึงระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock) ที่ทำงานประสานกับตัวล็อกเฟืองท้ายกลางซึ่งเป็นระบบที่ติดตั้งอยู่ในรถเอสยูวีไม่กี่รุ่นในท้องตลาด เมื่อระบบนี้ทำงานจะล็อกเฟืองท้าย ทำให้มีการกระจายพละกำลัง 50-50 ไปสู่ล้อหลัง ถือเป็นระบบที่มีความสำคัญต่อการขับขี่บนทางออฟโรดที่มีความท้าทายสูง

เพื่อสร้างความมั่นในว่าจะมีพละกำลังมากเพียงพอในทุกสถานการณ์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์รหัส 4N15 ติดตั้งเทอร์โบแปรผันที่มีน้ำหนักเบากว่าเพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น อัตราเร่งและพละกำลังจึงพร้อมใช้งานได้ดังใจ พร้อมกับลดเสียงรบกวน แรงสั่นสะเทือน และแรงสะท้าน (NVH) ลงอีกด้วย

เครื่องยนต์ดีเซลบล็อกอะลูมิเนียม VG Turbo ขนาด 4 สูบแถวเรียง ความจุ 2.4 ลิตร MIVEC มีพละกำลัง 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที มีอัตราส่วนพละกำลังต่อความจุสูงที่สุดในระดับเดียวกันอยู่ที่ 74 แรงม้าต่อลิตร และ 176 นิวตันเมตรต่อลิตร

พละกำลังจากเครื่องยนต์ 4N15 ถูกถ่ายทอดลงพื้นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นหลักผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด อัตราทดเกียร์ที่มากขึ้นทำให้พละกำลังของเครื่องยนต์ถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม มอบอัตราเร่งที่ไหลลื่นและการบริโภคน้ำมันที่ต่ำ นอกจากนี้ ยังมีระบบ INC (Idling Neutral Control) ช่วยลดการสูญเสียพลังงานภายในตัวเครื่องยนต์อันเกิดจากแรงฉุดของทอร์กคอนเวอร์เตอร์เมื่อตัวรถหยุดนิ่งและเกียร์อยู่ในตำแหน่ง D จึงช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันอีกทางหนึ่ง

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ยังมีระบบความปลอดภัย ดังนี้

ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ใช้คลื่นสัญญาณเรดาร์คลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตรในการประเมินระยะห่างกับรถคันหน้าและตรวจจับการชน ระบบนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือบรรเทาความเสียหายจากการชนด้วยการเตือนผู้ขับขี่และสั่งการระบบเบรกของตัวรถ

ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (UMMS) ช่วยหลีกเลี่ยงการเร่งโดยไม่ตั้งใจขณะรถหยุดนิ่งหรือที่ความเร็วไม่เกิน 10 กม.ต่อ ชม. เซ็นเซอร์อัลตราโซนิคจะตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้าหรือด้านหลัง และจะตัดกำลังของเครื่องยนต์พร้อมกับแจ้งเตือนด้วยเสียงถ้าระบบตรวจจับว่าผู้ขับขี่มีการเร่งอย่างกะทันหันหรือรุนแรง ขณะที่ยังมีสิ่งกีดขวางอยู่ในเส้นทางของรถ

ระบบเตือนบริเวณจุดอับสายตา (BSW) เซ็นเซอร์อัลตราโซนิกที่ติดตั้งอยู่บนกันชนจะตรวจจับบริเวณมุมของตัวรถ สัญลักษณ์แจ้งเตือนจะปรากฏบนกระจกมองข้างของแต่ละฝั่งถ้าตรวจจับว่ามียานพาหนะอยู่ใกล้ในมุมอับสายตา

กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) ทำงานด้วยด้วยกล้อง 4 ตัวที่ติดตั้งอยู่ด้านซ้ายและขวา รวมถึงด้านหน้าและหลังของตัวรถเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เห็นภาพมุมสูงว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่รอบคันรถหรือไม่ ภาพด้านหลังตัวรถจะแสดงขึ้นพร้อมกับเส้นกะระยะเพื่ออำนวยความสะดวกในการถอยจอด

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Active Stability and Traction Control) ทำงานเพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวรถด้วยการควบคุมพละกำลังเครื่องยนต์และเบรกเมื่อตรวจจับพบว่าตัวรถสูญเสียการควบคุมหรือล้อใดล้อหนึ่งมีการลื่นไถล นอกจากนี้ ยังป้องกันการหมุนฟรีของล้อเพื่อเพิ่มสมรรถนะและการยึดเกาะ

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) – ป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนถอยหลังบนทางลาดชัน ระบบนี้จะสั่งการให้เบรกทำงานเป็นเวลา 2 วินาที หลังจากผู้ขับขี่ยกเท้าออกจากแป้นเบรกเพื่อมาเหยียบคันเร่งบนทางลาดชัน

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) – สั่งการให้เบรกทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาความเร็วรถขณะลงทางลาดชันให้อยู่ระหว่าง 2-20 กม.ต่อ ชม. เพื่อเพิ่มการยึดเกาะและการควบคุมสูงสุด ทำให้ผู้ขับขี่มีสมาธิอยู่ที่การควบคุมพวงมาลัยลงทางลาดชันโดยเฉพาะบนเส้นทางที่เปียกลื่น

สำหรับเทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อการปกป้องประกอบด้วยถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มีฟังก์ชั่นที่โดดเด่นกว่ารถเอสยูวีทีได้รับความนิยมทั่วไป อาทิ ระบบ ล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า เมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็วหรือหยุดรถ ระบบนี้จะช่วยรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยไว้ได้ นอกจากนี้ยังมีระบบความอำนวยความสะดวกและปลอดภัยอัจฉริยะ (ETACS) ที่ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตัวรถ ทั้งใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดระบบไฟฟ้า ระบบไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน ระบบเตือนลืมปิดไฟหรี่

ระบบสัญญาณไฟกะพริบเมื่อหยุดรถฉุกเฉิน ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติตามความเร็ว ระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์และเมื่อกดรีโมต ระบบกุญแจนิรภัยและกุญแจอัจฉริยะ

ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มอบความหรูหราและอเนกประสงค์ยิ่งขึ้น ด้วยแผงบุนุ่มด้านข้าง มาตรวัดแบบ High Contrast และระบบฟอกอากาศภายในห้องโดยสาร อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ทั้งช่องชาร์จไฟฟ้า 220V AC

เพิ่มความหรูหราและสะดวกสบายใน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มากยิ่งขึ้นด้วยระบบปรับอากาศแบบแยกส่วนดูอัลโซน พวงมาลัยแบบปรับขึ้นลงและเข้าออกได้ เบาะนั่งคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารแบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง หน้าจอบนเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ และระบบปรับอากาศด้านหลัง หน้าจอทัชสกรีน 7 นิ้วและระบบนำทางให้ผู้ขับขี่ควบคุมได้ง่ายดาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นมีสวิตช์ควบคุมระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ แพดเดิลชิฟต์สำหรับเปลี่ยนเกียร์และสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กฉัตร’บอกไม่ถนัดการเมือง ชี้รัฐบาลหน้าหากเห็นแก่ประชาชนสานงาน’บิ๊กตู่’ต่อ
บทความถัดไป“สี-ทรัมป์” ลั่นจับมือส่งเสริมความร่วมมือกัน ฉลอง 40 ปีสัมพันธ์ “จีน-สหรัฐ”