บทความ : การกระจายอำนาจให้องค์กรท้องถิ่นของจีน : โดย อุดร ตันติสุนทร

จากการที่กระผมได้ไปศึกษาดูงานการกระจายอำนาจให้แก่เทศบาลนครคุนหมิงของจีน ได้พบว่าการที่จีนมีการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างก้าวกระโดดนั้น มาจากการกระจายอำนาจให้ผู้ว่าการมณฑลและเทศบาลนครทุกแห่งในประเทศนั่นเอง

กระผมพร้อมด้วย นพ.กระแส ชนะวงศ์ ประธานบริหารสถาบันได้ไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น กับรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครคุนหมิง (Ms.Yang Bi) ได้รับการชี้แจงจากรองนายก ดังนี้

1.จีนมีการปกครองแบบกระจายอำนาจจากส่วนกลาง รัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละมณฑลจึงมีอำนาจทางการบริหารค่อนข้างมาก เช่น รัฐบาลกลางให้อำนาจแก่รัฐบาลท้องถิ่นในการอนุมัติโครงการการลงทุนขนาดใหญ่จากนักลงทุนต่างชาติได้มากขึ้น ในขณะนี้รัฐบาลระดับมณฑลมีสิทธิอนุมัติโครงการลงทุนจากต่างชาติที่มีมูลค่าไม่เกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐได้ (จากเดิมที่มีสิทธิอนุมัติเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าไม่เกิน 30 ล้านเหรียญสหรัฐ) เป็นต้น เพื่อเป็นการสร้างความคล่องตัวและลดขั้นตอน ทำให้รัฐบาลระดับมณฑลเกิดความคิดริเริ่มในเชิงนโยบาย และคิดค้นมาตรการส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนแข่งขันกันในการดึงดูดทุนจากต่างชาติ

2.นอกเหนือจากกฎระเบียบในระดับประเทศโดยมีรัฐบาลกลางเป็นผู้กำกับดูแลแล้ว รัฐบาลแต่ละมณฑลของจีนยังมีอำนาจในการออกกฎหรือระเบียบบังคับใช้ในระดับท้องถิ่น และนับตั้งแต่มีการปฏิรูปการจัดเก็บภาษีในปี 2537 ได้มีการแยกระบบการจัดเก็บภาษีระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นออกจากกัน พร้อมทั้งวางกรอบการทำงานของระบบการคลังในแต่ละระดับ ทำให้ระบบการเงินของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นจะแยกออกจากกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินงบประมาณ เพื่อความเป็นอิสระและสร้างแรงจูงใจให้กับรัฐบาลมณฑลในการหารายได้เข้ามณฑลของตนเอง

3.การวางเป้าหมายการพัฒนาจากการเน้นในเชิง “ปริมาณ” มาเป็น “คุณภาพ” ที่ให้ความสำคัญกับ “ความมั่งคั่งของประชาชน” แสดงว่า พรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลจีนได้ยกระดับให้ “การปรับปรุงโครงสร้างการกระจายรายได้” เป็นประเด็นในระดับยุทธศาสตร์ของการพัฒนาประเทศ ซึ่งนับเป็นก้าวย่างสำคัญของการปรับเปลี่ยนแนวคิดด้านการบริหารจัดการของพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลจีนในยุคใหม่

4.นครคุนหมิงและเมื่องอื่นๆ ในมณฑลยูนนาน มีความเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลา 10 ปี เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนให้การสนับสนุนมณฑลยูนนานในการเป็นประตูสู่เอเชียอาคเนย์ เมืองต่างๆ จึงได้รับการพัฒนาให้สามารถรองรับการไหลเข้าของการค้าและการลงทุน โดยส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรเป็นลำดับแรกดังจะเห็นได้จากการส่งข้าราชการเข้ารับการอบรมและไปศึกษาต่อต่างประเทศจำนวนมาก เพื่อให้ได้สัมผัสและเข้าใจวิถีปฏิบัติที่มีวัฒนธรรมแตกต่าง

5.แนวคิดดังกล่าวยังน่าจะส่งผลดีแก่เศรษฐกิจจีนในด้านหลายมิติ แต่จำเป็นต้องอาศัยมาตรการมากมายอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เช่น ในระยะสั้น เพื่อเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศจีนจำเป็นต้องเพิ่มรายได้ของประชากร จีนควรเริ่มจากการยกระดับของความกินดีอยู่ดี และปรับปรุงกลไกการประกันสังคม เพื่อสร้างความมั่นใจในชีวิตความเป็นอยู่ในอนาคต ก่อนที่จะเพิ่มอำนาจซื้อ การดำเนินมาตรการดังกล่าวจะขยายการบริโภคและนำไปสู่การเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศในที่สุด

6.แม้ว่าจะมีการไหลเข้าของการลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก แต่รัฐบาลก็ยังคงปกป้องธุรกิจขนาดเล็กของชุมชน รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ การลดจำนวนการใช้ถุงพลาสติก ควบคุมการก่อสร้างมิให้มีการทำลายหรือบดบังทัศนียภาพโดยให้คงสภาพธรรมชาติดั้งเดิมให้มากที่สุด เป็นต้น ซึ่งแตกต่างจากในประเทศไทยที่ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบของความเจริญเติบโตที่มาพร้อมกับการทำลายวัฒนธรรมพื้นถิ่น รวมถึงการทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม

7.นาง Yang Bi รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครคุนหมิง มีหน้าที่ดูแลเรื่องการศึกษาและการสาธารณสุขของนครคุนหมิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลยูนนาน ซึ่งมีประชากรรวม 7.20 ล้านคน มีชนกลุ่มน้อย 14% เป็นนครที่มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรม

8.เมื่อเดือนตุลาคม 2553 ที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ สมัยที่ 17 ของจีนได้มีมติเห็นชอบกับ “แผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 12 (2553-2558)” แผนดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ การเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนโครงสร้างการจัดสรรทรัพยากร เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งและปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในช่วงที่ผ่านมา และเพื่อให้ประชาชนชาวจีนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงจากผลสำเร็จของการปฏิรูปและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ผ่านมาของรัฐบาล

9.ขณะนี้นครคุนหมิงกำลังดำเนินนโยบายภายใต้แผนดังกล่าว ซึ่งแบ่งเป็น 12 โครงการ ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 11 โครงการ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดี ทำให้จีดีพีเพิ่มจากปีที่ผ่านมาถึง 12% มีรายได้ภาครัฐติดอันดับ 2 ของประเทศ

10.คุนหมิงมีจุดแข็งในการเป็นประตูไปสู่เอเชียอาคเนย์ที่ชัดเจน กล่าวคือ มีอากาศดีตลอดปี ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และการคมนาคมสะดวก ภายในระยะเวลาการเดินทาง 5 ชม. สามารถครอบคลุมเมืองสำคัญในเอเชียได้ครบถ้วน

11.ตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา คุนหมิงกำลังมุ่งสู่ “นครคุนหมิงใหม่” โดยมีเป้าหมายในการเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ คุนหมิงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มากที่สุด เพื่อที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมต่อไป

12.นครคุนหมิงมีนโยบายส่งเสริมให้ข้าราชการไปศึกษาในต่างประเทศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ทั้งนี้ ยินดีต้อนรับการลงทุนและการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างประเทศ

อุดร ตันติสุนทร

ประธานมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารราชการแผ่นดิน
ในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อย่าลืมนัด! ‘โบว์’ นัดกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเจอกัน 4 โมงเย็นวันนี้ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ
บทความถัดไปคอลัมน์ จิปาถะ : หนุมาน เทพแห่งสรรพวิทยา (175) ‘ท้าวหุนละมาน’ คือใคร