ไทยพาณิชย์-กสิกร-กรุงไทย อัดมาตรการพักชำระหนี้-ลดดอกเบี้ย ช่วยลูกค้ารายย่อย-ธุรกิจ ประสบภัย’ปาบึก’

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารที่อาศัยหรือดำเนินธุรกิจอยู่ในพื้นที่จังหวัดที่ได้รับผลกะทบจากพายุปาบึกใน 9 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ปัตตานี สุราษฎร์ธานี สงขลา นราธิวาส ชุมพร ตรัง พัทลุง และประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงคู่ค้าของลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าให้สามารถฟื้นตัวได้เร็วและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยมาตรการการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ประกอบด้วย มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ  ด้วยการพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และธนาคารพร้อมสนับสนุนวงเงินเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ หรือฟื้นฟูกิจการ โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด คือ พักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยธนาคารพร้อมสนับสนุนวงเงินกู้ใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน นอกจากนี้ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารช่วยลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน รวมถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับล่าช้า

นายวีระพงศ์ ศุภเศรษฐ์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจขนาดกลาง กล่าวว่า ธนาคารเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ทั้งเอสเอ็มอีและลูกค้ารายย่อย โดยมาตรการเบื้องต้นจะพิจารณาตามผลกระทบที่ได้รับเป็นรายกรณี โดยมีงบประมาณเตรียมพร้อมไว้แล้ว ทั้ง มาตรการพักชำระหนี้ มาตรการลดอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งการให้สินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อซ่อมสร้างความเสียหาย

ด้านรายงานข่าวจากธนาคารไทยพาณิชย์ รายงานว่าได้ ออกมาตรการพิเศษบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก สำหรับลูกค้าบุคคล ได้แก่ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อส่วนบุคคล พิจารณามอบความช่วยเหลือ ได้แก่ พักชำระหนี้เป็นเวลาสูงสุด 3 เดือน สำหรับลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทดังกล่าวข้างต้น  ลดดอกเบี้ยหรือเบี้ยปรับช่วงพักชำระหนี้สูงสุด 50-100% แล้วแต่ประเภทของสินเชื่อ และขยายระยะเวลาการผ่อนชำระสำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล 2 เดือน ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ 3 เดือน และสำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสูงสุดไม่เกิน 5 ปี

รายงานข่าวระบุว่า ส่วนลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีรายย่อย จะพักชำระหนี้เป็นเวลาสูงสุด 3 เดือน ลดดอกเบี้ยช่วงพักชำระหนี้สูงสุด 100% ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี ทั้งนี้ ลูกค้าธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วไป ช่วยเหลือให้ทั้งผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางตรง คือ สถานประกอบการตั้งอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยและทรัพย์สินของกิจการได้รับความเสียหาย และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม คือ สถานประกอบการตั้งอยู่นอกพื้นที่ แต่มีคู่ค้าอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยส่งผลให้ธุรกิจของลูกค้าไม่สามารถดำเนินการตามปกติได้ ธนาคารจะให้ความช่วยเหลือผ่าน 5 มาตรการหลัก ได้แก่ พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 6 เดือน  พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ไม่เกิน 3 เดือน ยกเว้นการเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัดชำระ (คิดอัตราดอกเบี้ยปกติ) สำหรับการผิดนัดชำระ ไม่เกิน 30 วัน เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุด 20 %ของวงเงินหมุนเวียนชั่วคราวเดิมและไม่เกิน 10 ล้านบาท วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง ซ่อมแซมหรือซื้อทดแทนทรัพย์สินของกิจการที่เสียหายสูงสุด   20% ของวงเงินรวมเดิม สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี  และสำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารฯ พร้อมจะให้ความช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ อย่างเต็มที่ ซึ่งพิจารณาตามผลกระทบที่เกิดขึ้นของลูกค้าแต่ละราย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอย่างทันท่วงที โดยลูกค้าสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าของธนาคารฯ

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้“อุตตม”ชู5อุตฯพลิกโฉมศก.ประเทศ ชี้เลื่อนเลือกตั้งไม่กระทบลงทุนอนาคต
บทความถัดไปลือหึ่ง ทีมสร้างซีรีส์ “Suits “เสนอค่าตัวให้ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์กว่า 100 ล้าน ขอโผล่จอแค่ 2 นาที